1739 จำนวนผู้เข้าชม |
ดร. วรวัฒน์ ชิ้นปิ่นเกลียว ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการ บมจ. ไทย โคโคนัท (COCOCO) พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ร่วมให้การต้อนรับนักวิเคราะห์หลักทรัพย์และผู้จัดการกองทุนจากหลายสถาบันชั้นนำ ในโอกาสเยี่ยมชมกิจการ และให้ข้อมูลเกี่ยวกับกลยุทธ์และแผนดำเนินธุรกิจปี 2569 สรุปได้ว่า บริษัทฯ ตั้งเป้ายอดขายที่ 9.7 พันล้านบาท เติบโตจากปีก่อน 45% แบ่งเป็นยอดขายจากธุรกิจน้ำมะพร้าว 50% ธุรกิจกะทิ 30% และธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงและอื่นๆ ในสัดส่วน 20% โดยธุรกิจน้ำมะพร้าวตั้งเป้ายอดขาย 4.7 พันล้านบาท เติบโต 50% ขับเคลื่อนจากแผนขยายตลาดไปยังอเมริกามากขึ้น ซึ่งคำสั่งซื้อเกือบทั้งหมดได้มีการเซ็นสัญญาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว นอกจากนี้ ยังได้เริ่มเปิดเจรจาสัญญารับจ้างผลิตน้ำมะพร้าวให้กับผู้นำธุรกิจน้ำมะพร้าวและผลิตภัณฑ์จากมะพร้าวอันดับหนึ่งของโลก Vita Coco เพื่อขยายฐานรายได้ในระยะกลางถึงยาวเพิ่มเติมเข้ามา ส่วนตลาดจีน เริ่มเห็นการเติบโตของคำสั่งซื้อในระดับปกติแล้ว หลังจากสถานการณ์น้ำมะพร้าวปลอมในจีนคลี่คลาย ขณะที่ตลาดในประเทศ มีแผนรุกขยายตลาดมากขึ้น โดยเตรียมเปิดตัวสินค้าใหม่ 2 รายการ คือ น้ำมะพร้าวน้ำหอม 100% ภายใต้แบรนด์ Thai COCO และเครื่องดื่มน้ำมะพร้าวผสมแอล-ธีอะนีนและโกจิเบอร์รี่ ภายใต้แบรนด์ Hydaily ก่อนเปิดตัวสินค้าใหม่อีก 2 รายการตามมา
ด้านธุรกิจกะทิ ตั้งเป้ายอดขาย 3 พันล้านบาท เติบโต 20% จากปีก่อน หนุนจากลูกค้าในยุโรป และอเมริกา ยังส่งคำสั่งซื้อเข้ามาอย่างต่อเนื่อง สะท้อนให้เห็นถึงอุปสงค์ที่ยังแข็งแกร่ง อีกทั้งการเดินเครื่องโรงงานใหม่ในฟิลิปปินส์ กำลังการผลิตปีละ 50,000 ตัน ในช่วงครึ่งปีหลัง จะช่วยกระตุ้นคำสั่งซื้อจากลูกค้าเหล่านี้ได้เพิ่มขึ้น เนื่องจากสินค้ามีราคาถูกลง จากการที่ฟิลิปปินส์ได้สิทธิประโยชน์ทางภาษี ไม่ว่าจะเป็น DCTS (Developing Countries Trading Scheme) หรือ GSP (Generalized System of Preferences) รวมถึงการที่บริษัทฯ ได้สิทธิประโยน์ทางภาษีจากลงทุนในฟิลิปปินส์ เป็นเวลา 5 ปี ส่วนธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยง ตั้งเป้ายอดขาย 1.7 พันล้านบาท เติบโต 100% จากการเริ่มรับรู้รายได้จากลูกค้ารายใหญ่ในอเมริกา
สำหรับแนวโน้มราคาต้นทุนวัตถุดิบ ปัจจุบันราคาเนื้อมะพร้าวปรับลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นของสินค้ากะทิกลับมายืนเหนือ 21-22% ได้อีกครั้ง ขณะที่ราคาน้ำมะพร้าวแม้จะปรับตัวสูงขึ้น จากความต้องการที่สูง แต่บริษัทฯ เชื่อมั่นว่า จะสามารถบริหารจัดการได้ดี ทำให้น่าจะรักษาอัตรากำไรขั้นต้นได้ที่ 22% เช่นเดียวกับธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยง ที่น่าจะควบคุมอัตรากำไรขั้นได้ที่ 22-23% หนุนจากกำลังการผลิตที่สูงขึ้น ช่วยให้เกิดการประหยัดต่อขนาด
ประการสำคัญ การมีเครือข่ายพันธมิตรในการจัดหาวัตถุดิบที่มีคุณภาพ และมีสายสัมพันธ์ทางธุรกิจมายาวนาน ทำให้สามารถบริหารต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ และลดความผันผวนจากปัจจัยภายนอก รวมถึงการพัฒนาระบบซัพพลายเชนอย่างต่อเนื่อง ครอบคลุมตั้งแต่การจัดหา การผลิต ไปจนถึงการกระจายสินค้า ช่วยเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน ทำให้บริษัทฯ มีความพร้อมที่จะตอบสนองการขยายตัวของธุรกิจทั้งในและต่างประเทศได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน จะเป็นปัจจัยขับเคลื่อนให้บริษัทฯ สามารถบรรลุเป้าหมายยอดขายเติบโตแตะ 1.4 หมื่นล้านบาท ในปี 2571 ตามแผน 3 ปีที่วางไว้ โดยธุรกิจน้ำมะพร้าว และธุรกิจกะทิ น่าจะเติบโตเฉลี่ยใน 2 ปีข้างหน้าในอัตรา 20% เป็น 6.5 พันล้านบาท และ 4.2 พันล้านบาท ตามลำดับ ขณะที่ธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงเติบโตเฉลี่ย 30% เป็น 2.9 พันล้านบาท เพราะบริษัทฯ มีแผนนำบริษัท Thai Awesome เข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ในครึ่งหลังปี 2570