1440 จำนวนผู้เข้าชม |
นายศักดิ์ชัย พีชะพัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. ทิสโก้ ไฟแนนเชียลกรุ๊ป (TISCO) เปิดเผยว่า กลุ่มบริษัทฯ ได้เข้าร่วมโครงการ JUMP+ ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการสำคัญที่มุ่งสนับสนุนการยกระดับศักยภาพของบริษัทจดทะเบียน และส่งเสริมการสร้างมูลค่าอย่างยั่งยืนให้กับระบบตลาดทุนไทย ถือเป็นการตอกย้ำเจตนารมณ์ในการขับเคลื่อนการเติบโตอย่างมีคุณภาพ โปร่งใส และมั่นคง เพื่อผู้ถือหุ้น และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วนอย่างจริงจังในอีกระดับ ความโปร่งใส
การเข้าร่วมโครงการ JUMP+ ครั้งนี้ ไม่เพียงช่วยยกระดับแนวทางการพัฒนาองค์กรของกลุ่มทิสโก้ ภายใต้หลักการ "ธุรกิจสร้างคุณค่า วัฒนาสู่สังคม" เท่านั้น แต่ยังส่งเสริมภาพลักษณ์ทางการดำเนินธุรกิจอย่างรับผิดชอบและเป็นธรรมที่เป็นพันธกิจที่กลุ่มทิสโก้ยึดมั่นมาตลาดให้มีความโดดเด่นมากขึ้น ทำให้กลุ่มทิสโก้ กำหนดกรอบการดำเนินงานใน 3 มิติสำคัญ ทั้งด้านธุรกิจ (Business Growth Plan) ด้านธรรมาภิบาล (Governance Plan) และด้านสิ่งแวดล้อม (Climate Action) ซึ่งเป็นรากฐานของการเติบโตอย่างยั่งยืน ดังนีั
ด้านธุรกิจ กลุ่มบริษัทฯ จะกำหนดทิศทางเชิงกลยุทธ์ที่เน้นการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาเป็นกลไกช่วยขับเคลื่อนการพัฒนาองค์กร ทั้งในมิติของการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน และคุณภาพการให้บริการลูกค้า เพื่อช่วยให้พนักงานสามารถให้คำแนะนำและให้บริการทางการเงินกับลูกค้า ได้อย่างมีมาตรฐานเดียวกันทุกสาขาทั่วประเทศ ทั้งในส่วนของธนาคารและสมหวัง เงินสั่งได้ รวมถึงนำเอาความเชี่ยวชาญของที่ปรึกษาทางการเงิน มาผสมผสานเข้ากับแพลตฟอร์ม TISCO My Goal, My Wealth และ My Fund เพื่อมอบประสบการณ์การวางแผนการเงินที่ตอบโจทย์เฉพาะบุคคล และเสริมความพร้อมด้านการวางแผนเกษียณแก่ลูกค้าทั้งกลุ่มการเงินทิสโก้ ช้วยให้สามารถตอบโจทย์สังคมผู้สูงวัย ซึ่งเป็น Mega Trend ของไทยได้ตรงจุด โดยตั้งเป้าอัตราผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้นเฉลี่ย (ROAE) ในปี 2571 ให้อยู่ในระดับ 15–17% อย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ

ส่วนด้านธรรมาภิบาล กลุ่มบริษัทฯ พร้อมมุ่งยกระดับมาตรฐานการกำกับดูแลกิจการอย่างต่อเนื่อง เพื่อเสริมสร้างความโปร่งใสและตรวจสอบได้ โดยตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนกรรมการอิสระให้เกินกว่า 50% ของจำนวนกรรมการทั้งหมด ภายในปี 2569 นี้ ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์การกำกับดูแลในปัจจุบันที่กำหนดให้มีกรรมการอิสระไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 ของจำนวนกรรมการทั้งหมด พร้อมทั้งขยายมาตรการต่อต้านทุจริตคอร์รัปชันไปยังคู่ค้าสำคัญมากขึ้น ตลอดจนเตรียมนำกรอบความรับผิดชอบด้านปัญญาประดิษฐ์ (Responsible AI Reporting Framework) มาใช้ในการกำกับดูแล ประเมินความถูกต้องและโปร่งใส เสริมสร้างธรรมาภิบาลที่เข้มแข็ง และยกระดับมาตรฐานการบริหารจัดการองค์กรให้สอดคล้องแนวปฏิบัติที่ดีในระดับสากล สร้างความเชื่อมั่นในระยะยาวแก่ผู้ถือหุ้น นักลงทุน และผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
สำหรับด้านสิ่งแวดล้อม กลุ่มบริษัทฯ พร้อมเสริมสร้างประสิทธิภาพการใช้พลังงาน และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างต่อเนื่อง ผ่านการขยายการติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ในสาขาธนาคารและสาขาสมหวัง เงินสั่งได้ เพื่อเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานหมุนเวียนภายในองค์กร รวมถึงการปรับเปลี่ยนรถยนต์ใช้น้ำมันภายในองค์กรเป็นรถยนต์ไฟฟ้า (EV) เพื่อลดการปล่อยคาร์บอนในระยะยาว โดยดำเนินการควบคู่กับมิติในด้านธุรกิจ ด้วยการส่งเสริมสินเชื่อสีเขียว (Green Financing) และควบคุมการให้สินเชื่อที่อาจส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม รวมถึงโครงการปลูกป่าที่ร่วมกับชุมชนเพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ ทั้งหมดนี้เพื่อขับเคลื่อนองค์กรสู่เป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกอย่างเป็นรูปธรรม