1460 จำนวนผู้เข้าชม |
นายณัฐพล ดุษฎีโหนด ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และนายสุเมธ มาสิลีรังสี ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน บมจ. ฟู้ดโมเม้นท์ (FM) ผู้นำการพัฒนาอาหารแปรรูปปรุงสุกจากเนื้อไก่ ร่วมนำเสนอข้อมูลผ่านงานบริษัทจดทะเบียนพบนักลงทุน (Opportunity Day) เพื่อชี้แจงภาพรวมธุรกิจปี 2568 พร้อมชี้แจงแผนดำเนินธุรกิจปี 2569 สรุปได้ว่า กลุ่มบริษัทฯ ยังคงให้ความสำคัญกับธุรกิจผลิตและจำหน่ายไก่แปรรูปปรุงสุก (CAV Products) ซึ่งเป็นธุรกิจปลายน้ำ และมีการเติบโตอย่างต่อเนื่องตามไลฟ์สไตล์คนเมืองยุคใหม่ ที่นิยมรับประทานอาหารพร้อมทาน (Ready-to-Eat) มากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งเพื่อลดความเสี่ยงจากการพึ่งพิงราคาตลาด จากธุรกิจผลิตและจำหน่ายเนื้อไก่ชำแหละ (RAW) ที่เป็นธุรกิจกลางน้ำ และยกระดับการเติบโตของรายได้ เนื่องจากมีอัตรากำไรขั้นต้นสูงกว่าธุรกิจกลางน้ำ โดยตั้งเป้าการเติบโตของรายได้ปีนี้ในระดับ 8-12% หนุนจากการขยายกำลังการผลิตเพิ่มอีก 10% เพื่อรองรับคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้น และการรุกขยายฐานลูกค้าในตลาดส่งออกใหม่ๆ ทั้งเพื่อขยายฐานรายได้ และบริหารความเสี่ยงจากปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ และความผันผวนของค่าเงินบาท รวมถึงรุกธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยง เพื่อสร้างฐานรายได้ใหม่ ที่จะเป็น New S-Curve ผลักดันการเติบโตอย่างแข็งแกร่งในอนาคต ควบคู่ไปกับการเดินหน้าควบคุมต้นทุนและค่าใช้จ่ายอย่างรัดกุม และเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตให้สูงขึ้น ช่วยยกระดับอัตรากำไรขั้นต้น และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้ดีขึ้น เพื่อสร้างผลตอบแทนที่คุ้มค่าอย่างสม่ำเสมอให้กับผู้ถือหุ้น
ล่าสุดในเดือนกันยายน 2568 บริษัทได้รับอนุมัติบัตรส่งเสริมการลงทุน (BOI) ใหม่สำหรับกิจการผลิตและจำหน่ายเนื้อไก่ชำแหละ (RAW) เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และเริ่มใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีช่วงปลายไตรมาส 3/2568 ขณะที่กิจการผลิตและจำหน่ายชิ้นส่วนไก่แปรรูปปรุงสุก (CAV) คาดว่าจะได้รับอนุมัติบัตรส่งเสริมการลงทุนภายในไตรมาส 1/2569 นี้ ซึ่งจะช่วยเพิ่มสิทธิประโยชน์ทางภาษีและเสริมความแข็งแกร่งให้กับผลการดำเนินงานในอนาคต
สำหรับผลดำเนินงานปี 2568 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 674 ล้านบาท ลดลง 4% จากปี 2567 สาเหตุจากมีค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้เพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัว ซึ่งเป็นผลจากการขออนุมัติบัตรส่งเสริมการลงทุน (BOI) ในธุรกิจ RAW มีความล่าช้าจากสถานการณ์การเมือง ส่งผลให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีบางส่วนหมดวาระลง และต้องชำระภาษีในอัตราปกติไปก่อน แต่หากตัดรายการดังกล่าวออกไป จะมีกำไรจากการดำเนินงาน 816 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5% ทั้งที่รายได้จากการขายจะลดลง 2.6% มาอยู่ที่ 7,145 ล้านบาท ถูกกดดันจากธุรกิจ RAW ที่ได้รับผลกระทบจากราคาขายเฉลี่ยลดลง บั่นทอนการเติบโตจากธุรกิจ CAV ในระดับหนึ่ง
อย่างไรก็ตาม BOI ได้อนุมัติบัตรส่งเสริมการลงทุนในธุรกิจ RAW แล้วในเดือนกันยายนปีก่อน และคาดว่า บริษัทฯ จะได้รับการอนุมัติบัตรส่งเสริมการลงทุน ในธุรกิจ CAV ภายในครึ่งแรกปีนี้ ช่วยให้ค่าใช้จ่ายภาษีลดลง เพิ่มความเข้มแข็งให้กับผลดำเนินงานปีนี้ และปีถัดๆ ไป ซึ่งจะส่งผลดีต่อการจ่ายเงินปันผลตอบแทนให้กับผู้ถือหุ้นตามมา หลังจากในรอบปี 2568 บริษัทฯ จ่ายเงินปันผลรวมทั้งสิ้นหุ้นละ 0.35 บาท (ในจำนวนนี้มีการจ่ายปันผลสำหรับผลดำเนินงานงวดครึ่งปีหลัง ในอัตราหุ้นละ 0.20 บาท กำหนดวันที่ไม่ได้รับสิทธิปันผล (วันขึ้น XD) 8 พฤษภาคม และกำหนดจ่ายเงินวันที่ 22 พฤษภาคม) คิดเป็นผลตอบแทนราว 8.75% อิงราคาหุ้นที่ 4 บาท