SAPPE คาดรายได้ปี 2569 โต 2 หลัก หลังปัญหารายตลาดเริ่มคลายตัว แต่ตลาดยังไม่มั่นใจ

1385 จำนวนผู้เข้าชม  | 

SAPPE คาดรายได้ปี 2569 โต 2 หลัก หลังปัญหารายตลาดเริ่มคลายตัว แต่ตลาดยังไม่มั่นใจ


 

 

นางสาวปิยจิต รักอริยะพงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. เซ็ปเป้ (SAPPE) นำเสนอข้อมูลในงานบริษัทจดทะเบียนพบผู้ลงทุน (Opportunity Day) ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เพื่อชี้แจงภาพรวมธุรกิจปี 2568 และแผนดำเนินธุรกิจปี 2569 โดยระบุ พร้อมผลักดันรายได้ทั้งปีให้เติบโต 15% จากปีก่อน ขับเคลื่อนผ่านการรุกขยายตลาดทั้งในและต่างประเทศ มุ่งเน้นไปที่ตลาดกลุ่มประเทศที่มีศักยภาพสูง (Rising Star) เพื่อยกระดับสู่ตลาดหลัก (Main Market) ในระยะยาว เสริมเพิ่มจากการเก็บเกี่ยวความสำเร็จจากการปรับกลยุทธ์ในตลาดเดิมที่ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องช่วงก่อนหน้านี้ ทำให้เริ่มเห็นสัญญาณการฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญในทุกภูมิภาค อย่างตลาดยุโรป เริ่มกลับสู่ภาวะปกติ หลังจากตัวแทนจำหน่ายสามารถบริหารจัดการสต็อกสินค้าได้ในระดับเหมาะสม คล้ายกับตลาดอินโดนีเซีย ที่สามารถบริหารตัวแทนจำหน่ายให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ขณะที่ตลาดตะวันออกกลาง จะเดินหน้าขยายฐานการจัดจำหน่ายเพิ่มขึ้น เช่นเดียวกับตลาดทวีปอเมริกา เตรียมเพิ่มจุดจำหน่าย และรุกช่องทางออนไลน์ ผ่าน Amazon รวมถึงปรับโครงสร้างราคาเพื่อรับมือนโยบายภาษีนำเข้าใหม่ ส่วนตลาดเกาหลีใต้ จะเน้นรุก Segment ใหม่ด้วยสินค้านวัตกรรมและการทำการตลาดที่ตรงจุด

พร้อมกันนั้น บริษัทฯ จะยกระดับการพัฒนานวัตกรรมสินค้าแบรนด์หลักอย่างต่อเนื่อง รวมถึงต่อยอดผลิตภัณฑ์เดิม ด้วยการพัฒนารสชาติใหม่ และเพิ่มหมวดสินค้าใหม่ (New Category) สร้างความหลากหลายของพอร์ตโฟลิโอให้พร้อมตอบความต้องการผู้บริโภคได้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น พร้อมต่อยอดการเติบโตอย่างค่อยเป็นค่อยไปในระยะต่อไป รวมถึงการยกระดับแบรนด์ โมกุ โมกุ (Mogu Mogu) ให้ก้าวเป็นผู้นำระดับโลกในกลุ่มเครื่องดื่มประเภท Snack Drink อย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน

สำหรับผลดำเนินงานปี 2568 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 776.2 ล้านบาท ลดลง 38.0% จากปีก่อน ตามรายได้จากการขายที่ลดลง 22.5% มาอยู่ที่ 5,252.6 ล้านบาท กระนั้น คณะกรรมการบริษัทฯ มีมติอนุมัติจ่ายเงินปันผลในอัตราหุ้นละ 1.75 บาท เพื่อตอบแทนความไว้วางใจของผู้ถือหุ้น กำหนดวันที่ไม่ได้รับสิทธิปันผล (วันขึ้น XD) 29 เมษายนี้ และกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 21 พฤษภาคม

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยังยืดเยื้อมานานกว่า 1 เดือน ทำให้การส่งออกไปตะวันออกกลาง ซึ่งมีสัดส่วนรายได้ต่อ SAPPE ราว 8.8% ต้องหยุดชะงัก ตั้งแต่เดือนมีนาคม ขณะที่การขนส่งไปภูมิภาคอื่น ต้องใช้ระยะเวลายาวนานขึ้น อีกทั้งยังอาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนการดำเนินงาน จากราคาพลังงาน และบรรจุภัณฑ์ รวมถึงต้นทุนค่าขนส่งในระยะต่อไป ส่งผลให้นักวิเคราะห์หลักทรัพย์จากหลายสำนัก เช่น ดาโอ (DAOL) หยวนต้า (YUANTA) ฟินันเซีย ไซรัส (FSS) แนะนำให้ชะลอการลงทุน เพื่อรอดูภาพความชัดเจนหลังบริษัทฯ ประกาศผลดำเนินงานงวดไตรมาสแรกปีนี้ก่อน เพราะหากมองจากสถานการณ์ล่าสุด มีความเป็นไปได้ที่อาจต้องปรับประมาณการรายได้และกำไร รวมถึงราคาเหมาะสมลงมา  

 

 

 

 

 

 

 

 

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้