28 จำนวนผู้เข้าชม |
นายอดิศักดิ์ สุขุมวิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. เจมาร์ท กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ (JMART) เปิดเผยว่า บริษัทฯ พร้อมเข้าร่วมโครงการ JUMP+ เพื่อยกระดับองค์กรอย่างยั่งยืนในทุกมิติ สร้างความเข้มแข็งของโครงสร้างรายได้และคุณภาพกำไร ผ่านการเชื่อมโยง Ecosystem ระหว่าง Commerce, Finance และ Technology โดยใช้ Data และ AI เป็นแกนหลักในการเพิ่มมูลค่า ขยายขีดความสามารถในการดำเนินธุรกิจ เพื่อผู้ถือหุ้น และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วน มุ่งสู่การเป็น Platform-Based Group โดยตั้งเป้าหมายกำไรเติบโตแตะ 2,000 ล้านบาท ในปี 2571 ขับเคลื่อนผ่าน 3 กลยุทธ์สำคัญ ประกอบด้วย การสร้างรายได้ผ่าน J Point Ecosystem การใช้เทคโนโลยี AI ยกระดับประสิทธิภาพองค์กร และการปลดล็อกมูลค่า
โดยการสร้างรายได้ผ่าน J Point Ecosystem บริษัทฯ มีเป้าหมายพัฒนา J Point ให้เป็น Social Commerce Engine ที่ขับเคลื่อนด้วย AI และ Creator Economy ในอนาคต ผ่านการยกระดับแพลตฟอร์ม J Point จากระบบสะสมคะแนน ไปสู่การเชื่อมโยงฐานลูกค้าในทุกธุรกิจของกลุ่มเข้าด้วยกันอย่างเป็นระบบ สร้าง Revenue Synergy ระหว่างบริษัทในเครือ รวมถึงเพิ่มโอกาสในการทำ Cross-selling และ Up-selling ตลอดจนยกระดับการทำการตลาดแบบเฉพาะบุคคล จากการวิเคราะห์ข้อมูล (Data Analytics) เพื่อสร้างแหล่งรายได้ใหม่ในระยะยาว โดย
ส่วนการใช้เทคโนโลยี AI ยกระดับประสิทธิภาพองค์กร ตั้งเป้าพัฒนา AI Use Case อย่างน้อยปีละ 3 โครงการ ครอบคลุมทั้งด้าน Automation, Analytics และ Risk Control อาทิ Document AI, Chatbot, Fraud Detection และ Cost Analytics พร้อมจัดตั้งหน่วยงาน AI Transformation Office และศูนย์นวัตกรรม J.AI Arena เพื่อขับเคลื่อนองค์กรสู่การเป็น AI-Driven Organization อย่างเป็นรูปธรรม
สำหรับการปลดล็อกมูลค่าธุรกิจ เตรียมผลักดันบริษัทในเครือที่มีศักยภาพเข้าสู่ตลาดทุน เพื่อเพิ่มความโปร่งใส เสริมศักยภาพการแข่งขัน และปลดล็อกมูลค่าธุรกิจในระยะยาว โดยมี 5 บริษัทเป้าหมาย ได้แก่ J Ventures, KB J Capital, BNN Restaurant Group และ Brewing Happiness รวมถึงการนำ JGS Synergy Power เข้าจดทะเบียนใน LiVE Exchange ภายในปี 2571
นอกจากการเติบโตเชิงธุรกิจแล้ว บริษัทฯ จะมุ่งยกระดับการพัฒนาด้านธรรมาภิบาล และสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นรากฐานของการเติบโตอย่างยั่งยืน ด้วยการเพิ่มศักยภาพการกำกับดูแลกิจการให้มีความโปร่งใส สามารถตรวจสอบได้ ควบคู่ไปกับการลดก๊าซเรือนกระจกอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน ผู้ถือหุ้น รวมถึงผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง