1337 จำนวนผู้เข้าชม |
นางสาวณภัทร โมรินทร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. เจ้าสัว ฟู้ดส์ อินดัสทรี (CHAO) เปิดเผยว่า บริษัทฯ ได้เข้าร่วมโครงการส่งเสริมการเพิ่มมูลค่าให้กับบริษัทจดทะเบียน (โครงการ JUMP+) จัดตั้งโดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เพื่อเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของบริษัทจดทะเบียนไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน ผ่านการจัดทำแผนเพิ่มมูลค่ากิจการ ในกรอบระยะเวลา 3 ปี (ปี 2569-71) ซึ่งบริษัทฯ ตั้งเป้าหมายการเติบโตของรายได้เฉลี่ยปีละ 10-15% ผ่านกลยุทธ์ที่ครอบคลุมทุกมิติ ทั้งการขยายตลาดในและต่างประเทศ เพิ่มมูลค่าแบรนด์เจ้าสัวในระดับสากล การบริหารพอร์ตโฟลิโอสินค้า และการยกระดับประสิทธิภาพการผลิตและบริหารต้นทุน
สำหรับแผนขยายตลาดต่างประเทศ พร้อมเดินหน้ารุกตลาดหลักอย่างเต็มกำลัง โดยเฉพาะตลาดอเมริกา และจีน โดยตลาดอเมริกา เตรียมขยายจุดจำหน่ายจากเครือข่ายร้านค้าเอเชีย และ Specialty Stores เข้าสู่ช่องทางซูเปอร์มาร์เก็ตกระแสหลัก (Mainstream Supermarkets) เพื่อขยายฐานลูกค้าในวงกว้าง เพิ่มสัดส่วนรายได้จากแบรนด์บริษัทฯ เพื่อยกระดับอัตรากำไร ควบคู่กับการรักษาฐานลูกค้าเดิมในธุรกิจรับจ้างผลิต (OEM) ส่วนตลาดจีน พร้อมสรรหาตัวแทนจำหน่ายรายใหม่ เพื่อขยายเครือข่ายทั้งช่องทางออฟไลน์และออนไลน์ เพื่อสร้างยอดขาย นอกจากนี้ เตรียมกรุยทางสู่ตลาดใหม่ที่มีศักยภาพสูง เน้นไปที่กลุ่มประเทศฮาลาล และยุโรป ผ่านการคัดเลือกผลิตภัณฑ์ที่ตอบรสนิยมท้องถิ่น
ส่วนการขยายตลาดในประเทศ จะรุกขยายช่องทางจำหน่ายเต็มรูปแบบ โดยช่องทางร้านค้าปลีกสมัยใหม่ (Modern Trade) จะเน้นการสร้างความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับลูกค้าหลัก เพื่อร่วมกันวางแผนส่งเสริมการขาย และเพิ่มพื้นที่จัดแสดงสินค้าที่มีการมองเห็นสูง ขณะที่ช่องทางร้านค้าดั้งเดิม (Traditional Trade) จะปรับโมเดลมาใช้ผู้ค้าส่งโดยตรง เพื่อเจาะร้านค้าชุมชนทั่วประเทศ รวมทั้งการเร่งเครื่องในช่องทางออนไลน์ ด้วยการพัฒนาระบบจำหน่ายของบริษัทฯ เอง ผ่าน LINE, Facebook และเว็บไซต์ เพื่อลดการพึ่งพาแพลตฟอร์ม E-commerce ภายนอก พร้อมจัดแคมเปญและการตลาดแบบครบวงจร 360 องศาช่วยกระตุ้นการตัดสินใจซื้อ
ด้านการบริหารพอร์ตโฟลิโอ จะใช้แนวคิด Better-for-You Snack เพื่อเพิ่มมูลค่า และอัตรากำไร ต่อยอดการเติบโตอย่างยั่งยืน อย่างกลุ่มสินค้าข้าวตัง และกลุ่มสินค้าขนมขบเคี้ยวแปรรูปจากธัญพืช เตรียมพัฒนานวัตกรรม ด้วยรูปแบบและรสชาติใหม่ๆ ที่สอดคล้องกับความนิยมในแต่ละตลาด หรือกลุ่มขนมแปรรูปจากเนื้อสัตว์ จะมีการขยายไลน์สินค้าจากเนื้อหมูไปยังเนื้อประเภทอื่น เช่น ปลา เพื่อรองรับการเข้าสู่ตลาดฮาลาล ส่วนกลุ่มสินค้าแปรรูป จะรุกขยายตลาด B2B เน้นไปที่กลุ่ม HORECA และ Food Service พร้อมทั้งมองหาโอกาสการร่วมลงทุนในธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมขนมหรืออาหารแปรรูป ที่เก็บรักษาไว้ได้นาน (Shelf-stable)
ขณะที่การยกระดับประสิทธิภาพการผลิตและบริหารต้นทุน พร้อมนำเอาระบบอัตโนมัติ และเทคโนโลยีการผลิตที่ทันสมัยมาใช้ เพื่อลดความสูญเสียในกระบวนการผลิต และบริหารต้นทุนให้มีประสิทธิภาพสูงสุด
นอกจากนั้น บริษัทฯ จะให้ความสำคัญกับการยกระดับด้านธรรมาภิบาล ทั้งการยกระดับความสามารถและการปฏิบัติหน้าที่ของกรรมการ การยกระดับการบริหารความต่อเนื่องของธุรกิจให้มีความพร้อมและเป็นระบบมากยิ่งขึ้น รวมถึงการยกระดับการต่อต้านการทุจริตและคอร์รัปชันอย่างเข้มข้น โดยขยายการนำนโยบายไปสู่การปฏิบัติจริงในทุกระดับขององค์กร การสื่อสารต่อคู่ค้าและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และเข้าร่วมโครงการแนวร่วมปฏิบัติของภาคเอกชนไทยในการต่อต้านการทุจริต (CAC) ภายในปี 2570 โดยดำเนินการควบคู่ไปกับการมีส่วนรับผิดชอบและดูแลสิ่งแวดล้อม ด้วยการกำหนดเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่ชัดเจน วัดผลได้จริง สอดคล้องกับเป้าหมาย Net Zero ขององค์กร และของประเทศ