24 จำนวนผู้เข้าชม |
บมจ. อุตสาหกรรมไทยบรรจุภัณฑ์ (TIPAK) ผู้พัฒนาผลิตภัณฑ์ ผลิตและจำหน่ายบรรจุภัณฑ์ที่ผลิตจากกระดาษคราฟท์ ตามคำสั่งซื้อของลูกค้า (Made to order) 2 ประเภท ได้แก่ แผ่นกระดาษลูกฟูก (Corrugated Sheet Board) และกล่องกระดาษลูกฟูก (Corrugated Box) ใหกับลูกค้ากลุ่มอุตสาหกรรมชั้นนำ และโรงงานต่างๆ ทั่วประเทศ เพื่อนำไปบรรจุผลิตภัณฑ์ของลูกค้าในการจัดส่งสินค้า ประกาศเปิดตัวการเป็นหุ้นน้องใหม่ในตลาดหลักทรัพย์ฯ ด้วยการเปิดเผยแผนแผนธุรกิจปี 2569 ว่า พร้อมลงทุนเทคโนโลยี และพัฒนานวัตกรรมแผ่นกระดาษลูกฟูก และกล่องกระดาษลูกฟูก ที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะด้าน ทั้งขนาด สี รูปร่าง ความทนทานแข็งแรง ความเหมาะสมในการนำไปใช้งาน รวมถึงข้อกำหนดของผลิตภัณฑ์ต่างๆ ของลูกค้า เช่น การปกป้องสิ่งของระหว่างการขนส่ง สุขอนามัยในการบรรจุอาหารและเวชภัณฑ์ สนับสนุนความสำเร็จทางธุรกิจให้กับลูกค้าอย่างครบวงจร ตามวิสัยทัศน์ Solutions Unfold ตอบโจทย์ลูกค้า
โดยนายวีรชัย มั่นสินธร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร TIPAK ชี้แจงว่า บริษัทฯ มีแผนลงทุนติดตั้งเครื่องจักรสายการผลิตลูกฟูก และระบบอัตโนมัติในโรงงานผลิตบรรจุภัณฑ์กระดาษ ทั้งเครื่องพิมพ์กระดาษลูกฟูก เครื่องตอกปะกาว เครื่องมัดอัตโนมัติ และเครื่องกำเนิดไอน้ำ ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดการสูญเสียในกระบวนการผลิต ยกระดับคุณภาพสินค้า และขยายกำลังการผลิตแผ่นกระดาษลูกฟูก จากเดิมปีละ 1.4 แสนตัน เป็น 1.5 แสนตัน และกล่องกระดาษลูกฟูก จากเดิมปีละ 192 ล้านกล่อง เป็น 220 ล้านกล่อง สามารถรองรับความต้องการของลูกค้าที่เติบโตสูงขึ้น (ศูนย์วิจัยธนาคารกรุงไทยคาดหมายว่า ตลาดบรรจุภัณฑ์กระดาษในประเทศ ช่วง 2 ปีนี้ (ปี 2569-70) จะมีมูลค่าตลาดเพิ่มขึ้น 1.5% และ 2.9% ตามลำดับ โดยมีปัจจัยจากกระแสรักษ์โลก (ESG & Sustainability) ส่งผลให้ความต้องการโซลูชันบรรจุภัณฑ์ที่ยั่งยืนที่รีไซเคิลได้ หรือย่อยสลายได้ตามธรรมชาติจากผู้ประกอบการในอุตสาหกรรม และผู้บริโภคที่เปลี่ยนมาใช้บรรจุภัณฑ์กระดาษที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเพิ่มขึ้น ประกอบกับการขยายตัวของเมืองและวิถีชีวิตที่เปลี่ยนแปลง การซื้อสินค้าผ่านแพลตฟอร์ม E-Commerce ที่ขยายตัว ทำให้ความต้องการบรรจุภัณฑ์ที่ช่วยยืดอายุการเก็บรักษาอาหารและลดการเน่าเสีย บรรจุภัณฑ์ที่ผสานเทคโนโลยี RFID เพื่อการตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability) ช่วยสนับสนุนการเติบโต) พร้อมกับเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน สำหรับการขยายธุรกิจเชิงรุกในอนาคต เพื่อก้าวเป็นหนึ่งในผู้นำด้านบรรจุภัณฑ์ครบวงจรของประเทศไทย
พร้อมกันนี้ บริษัทฯ ยังมีการวางระบบบริหารจัดการความเสี่ยงด้านราคาวัตถุดิบ โดยเฉพาะกระดาษม้วนอย่างสม่ำเสมอ เพื่อวางแผนสั่งซื้อและจัดเก็บวัตถุดิบอย่างมีประสิทธิผล สามารถกำหนดราคาขายได้สอดคล้องกับต้นทุน โดยสามารถรักษาสายสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้าอย่างต่อเนื่อง ทำให้ได้รับคำสั่งซื้ออย่างสม่ำเสมอจากลูกค้ามากกว่า 775 ราย สนับสนุนให้บริษัทฯ มียอดขายกระดาษลูกฟูกอันดับ 4 ของประเทศ

ขณะที่นายทิฆัมพร มั่นสินธร ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ TIPAK เสริมว่า แผ่นกระดาษลูกฟูก และกล่องกระดาษลูกฟูก กลายเป็นสินค้าที่มีความจำเป็นพื้นฐานในห่วงโซ่อุปทานที่ครอบคลุมหลากหลายอุตสาหกรรมหลัก ไม่ว่าจะเป็น อาหารและเครื่องดื่ม เครื่องใช้ไฟฟ้า อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ หรือเคมีภัณฑ์ จากข้อได้เปรียบเรื่องต้นทุนการผลิตที่ต่ำกว่าบรรจุภัณฑ์ชนิดอื่นๆ อีกทั้งเป็นวัสดุที่รีไซเคิลได้ง่าย และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ทำให้บริษัทฯ สามารถรักษาการเติบโตได้อย่างมั่นคงในทุกสภาวะเศรษฐกิจ และก้าวข้ามทุกสถานการณ์ความผันผวน ยิ่งบริษัทฯ รักษาจุดเด่นของบรรจุภัณฑ์ที่มีความแข็งแรง ทนทานต่อแรงกระแทกและการกดทับ ปกป้องสินค้าได้ดี เคลื่อนย้ายง่าย สามารถผลิตได้หลากหลายรูปแบบ อีกทั้งมีบริการออกแบบกราฟิกและเทคโนโลยีการพิมพ์ขั้นสูง ที่ช่วยสร้างภาพลักษณ์และมูลค่าเพิ่มให้กับแบรนด์สินค้า ทำให้สามารถตอบโจทย์ความต้องการใช้งานของลูกค้าได้อย่างตรงจุด ส่งผลให้บริษัทฯ สามารถสร้างรายได้ตลอด 3 ปีล่าสุด (ปี 2566-68) ไม่ต่ำกว่า 2,500 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิไม่น้อยกว่า 120 ล้านบาท ขณะที่การบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่อง ช่วยรักษาอัตรากำไรขั้นต้นได้ในกรอบ 16-17% พร้อมเติบโตร่วมกับลูกค้าอย่างมั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว