31 จำนวนผู้เข้าชม |
บมจ. ไอ เทล คอร์ปอเรชั่น (ITC) ผู้นำอุตสาหกรรมอาหารสัตว์เลี้ยงระดับโลก ประกาศผลดำเนินงานงวดไตรมาสแรกปี 2569 เกินความคาดหมายตลาด โดยมีกำไรสุทธิ 871 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 28.7% จากไตรมาสแรกปีก่อน (YoY) และ 9.9% จากไตรมาสสุดท้ายปีก่อน (QoQ) แต่หากตัดรายการพิเศษออกไป จะมีกำไรปกติ 865 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24.1% YoY และ 4.8% QoQ หนุนจากยอดขายและปริมาณขายที่ปรับตัวสูงขึ้น ผลจากความต้องการที่เพิ่มขึ้นของลูกค้ารายสำคัญในตลาดอเมริกาและยุโรป และการเติบโตอย่างแข็งแกร่งของกลุ่มผลิตภัณฑ์ขนมสัตว์เลี้ยง ทำให้สัดส่วนรายได้เพิ่มสูงถึง 20.8% ของยอดขายรวม ตามกระแสตื่นตัวด้านสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของสัตว์เลี้ยง และความนิยมที่เพิ่มขึ้นของผลิตภัณฑ์ขนมรูปแบบ Lickable ผลักดันให้รายได้เติบโตทำสถิติสูงสุดนับตั้งแต่เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ที่ 5.17 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 21.8% YoY และ 8.2% QoQ ขณะเดียวกัน การบริหารต้นทุนอย่างมีวินัย ช่วยให้สามารถลดค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อยอดขาย (SG&A/Sales) จาก 10.8% ในไตรมาสแรกปีก่อน และ 10.7% ในไตรมาสสุดท้ายปีก่อน มาอยู่ที่ 9.5% ทำให้กำไรเติบโตสูงกว่ายอดขาย
พร้อมกันนี้ นายรอย ชาน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ITC ได้ออกมาคาดหมายแนวโน้มธุรกิจในไตรมาส 2 ด้วยว่า น่าจะรักษาโมเมนตัมได้ดีใกล้เคียงกับไตรมาสแรก ก่อนทะยานทำจุดสูงสุดใหม่ในไตรมาสสุดท้ายของปี ตามแผนเปิดตัวสินค้าใหม่ๆ ของลูกค้า สำหรับสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลกระทบให้ต้นทุนราคาวัตถุดิบสูงขึ้นราว 5-7% บริษัทฯ ได้เริ่มเจรจาขอปรับราคาขายตามต้นทุนวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้นกับลูกค้าแล้ว โดยลูกค้าบางส่วนยอมให้ปรับราคาได้ตั้งแต่เดือนมิถุนายนเป็นต้นไป คาดว่าจะปรับได้มากขึ้นในไตรมาส 3 เพราะลูกค้าแต่ละรายมี Portfolio แตกต่างกัน ทำให้ผลกระทบที่เกิดขึ้นต่างกัน โดยหากไม่สามารถใช้การปรับราคาได้ บริษัทฯ มีทางเลือกอื่น เช่น การทำส่วนลด หรือการเจรจาเพิ่มปริมาณคำสั่งซื้อแลกกับการคงราคาเดิม ทำให้ยังคงเชื่อมั่นว่า ผลดำเนินงานทั้งปีจะเติบโตตามแผนที่วางไว้ โดยรายได้ในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ เติบโตในกรอบ 9–12% ขณะที่รายได้ในสกุลเงินบาทเติบโตในกรอบ 8-11% และมีอัตรากำไรขั้นต้นที่ 23–25% รวมถงควบคุม SG&A to sales ได้ที่ 9–10%