MAGURO มั่นใจการเปิด 2 แบรนด์ใหม่ ครึ่งหลังปี 2569 หนุนรายได้ทั้งปีโต 30%

47 จำนวนผู้เข้าชม  | 

MAGURO มั่นใจการเปิด 2 แบรนด์ใหม่ ครึ่งหลังปี 2569 หนุนรายได้ทั้งปีโต 30%


 

 

นายจักรกฤติ สายสมบูรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. มากุโระ กรุ๊ป (MAGURO) เปิดเผยแผนดำเนินธุรกิจช่วงที่เหลือของปี 2569 ว่า พร้อมต่อยอดความสำเร็จจากปี 2568 ที่บริษัทฯ สามารถสร้างการเติบโตอย่างโดดเด่นสวนกระแสอุตสาหกรรมร้านอาหารที่หดตัว ด้วยการเดินหน้าขยายสาขาเพิ่มทั้งปีราว 20 สาขา เป็น 74 สาขา แบ่งเป็นครึ่งปีแรก 7 สาขา และครึ่งปีหลัง ไม่ต่ำกว่า 10 สาขา ในจำนวนนี้เป็นการเปิดตัวแบรนด์ใหม่ Kaiten Sushi Ginza Onodera ร้านซูชิสายพานระดับพรีเมียมจากเครือ Onodera Group สาขาแรกในอาเซียน และเป็นแฟล็กชิปสโตร์ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย ในไตรมาส 3 (วันที่ 28 กรกฎาคมนี้) ต่อเนื่องด้วยแบรนด์อาเกะซัง (Age.3) ร้านแซนด์วิชทอดจากญี่ปุ่น สาขาแรก ในรูปแบบร้านขนาดเล็ก 10 ที่นั่ง เน้นโมเดล Grab & Go เป็นหลัก เจาะตลาด Snack & Dessert ในไตรมาส 4 (วันที่ 1 ตุลาคมนี้) คาดว่าจะได้รับการตอบรับที่ดีจากทั้งกลุ่มลูกค้าเดิม และสามารถดึงดูดกลุ่มลูกค้าใหม่ได้มากพอสมควร โดยตั้งเป้ารายได้จากแบรนด์ Kaiten Sushi Ginza Onodera ปีละไม่ต่ำกว่า 2,000 ล้านบาท และ Age.3 ปีละไม่ต่ำกว่า 12 ล้านบาท

ขณะเดียวกัน จะพัฒนาเมนูใหม่ เน้นไปที่ระดับราคาที่เข้าถึงง่ายมากขึ้น โดยคงรักษามาตรฐานคุณภาพอาหารและประสบการณ์เฉพาะตัวของแต่ละแบรนด์ไว้อย่างครบถ้วน เพื่อขยายฐานลูกค้าไปสู่กลุ่ม Trendy Mass คนเมือง วัยทำงาน และ Gen Z รวมถึงการทำกิจกรรมทางการตลาด เพื่อสนับสนุนการกลับมาใช้บริการซ้ำ ผลักดันการเติบโตของยอดขายสาขาเดิม (SSSG) ในระยะถัดไป  

นอกจากนี้ บริษัทฯ จะให้ความสำคัญกับการบริหารต้นทุนวัตถุดิบ การควบคุมค่าใช้จ่าย การเพิ่มประสิทธิภาพของสาขา และการติดตามผลดำเนินงานของสาขาที่ต่ำกว่าเป้าหมายอย่างใกล้ชิด เพื่อรักษาความสามารถในการทำกำไร ควบคู่กับการเติบโตของธุรกิจ ผลักดันให้รายได้ทั้งปีเติบโต 30% ตามเป้าหมายเดิมที่ตั้งไว้

สำหรับผลดำเนินงานไตรมาสแรก บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 34.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5% จากไตรมาสแรกปีก่อน ถูกกดดันจากทั้งต้นทุนวัตถุดิบอาหารบางแบรนด์ บางกลุ่มเมนูสูงขึ้น และค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น หลักๆ จากการเปิดสาขาใหม่แบรนด์เดิม และการเปิดตัว 2 แบรนด์ใหม่ ได้แก่ อิปเปะ คปเปะ (IPPE KOPPE) ร้านแกงกะหรี่ญี่ปุ่นต้นตำรับ กับ Chopman ร้านข้าวมันไก่ในรูปแบบ Delivery รวมถึงการทำกิจกรรมทางการตลาดอย่างต่อเนื่อง เพื่อกระตุ้นยอดขาย และรักษายอดขายสาขาเดิม ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลง 1.9% มาที่ 46.1% อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จจากการทำกิจกรรมทางการตลาดช่วยให้ SSSG ติดลบเพียง 0.8% ดีกว่าไตรมาสแรกปีก่อน ที่ติดลบถึง 5.3% พร้อมทั้งหนุนให้รายได้จากการขายและให้บริการเพิ่มขึ้นถึง 35.2% มาอยู่ที่ 560.9 ล้านบาท

 

 

 

 

 

 

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้