1459 จำนวนผู้เข้าชม |
บมจ. อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ (ILM) ผู้นำธุรกิจร้านค้าปลีกเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งบ้านครบวงจรในประเทศ เปิดเผยผลดำเนินงานงวดไตรมาส 2 ปี 2569 มีกำไรสุทธิ 212.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21.1% จากไตรมาส 2 ปีก่อน (YoY) และเพิ่มขึ้น 14.7% จากไตรมาสแรกปีนี้ (QoQ) ตามรายได้จากการขายที่เพิ่มขึ้น 11.3% YoY และเพิ่มขึ้น 4.8% QoQ เป็น 2,324.6 ล้านบาท และรายได้จากการให้เช่าและบริการที่เพิ่มขึ้น 19.8% YoY และเพิ่มขึ้น 6.5% QoQ เป็น 239.2 ล้านบาท รวมถึงการได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี ช่วยเพิ่มอัตรากำไรสุทธิให้ดีขึ้น YoY และ QoQ แตะระดับ 8.2% แม้ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร และต้นทุนทางการเงินจะเพิ่มขึ้นตามการขยายธุรกิจ
พร้อมกับหนุนให้ผลดำเนินงานครึ่งแรก ปี 2569 เติบโตตามไปด้วย โดยกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 1.8% จากครึ่งแรกปีก่อน มาอยู่ที่ 398.1 ล้านบาท ตามรายได้รวมที่เพิ่มขึ้น 5.0% เป็น 5,083.3 ล้านบาท ขณะที่สามารถควบคุมอัตรากำไรสุทธิให้ปรับลดลงเล็กน้อย จาก 8.1% มาอยู่ที่ 7.8% สะท้อนให้เห็นว่า บริษัทฯ สามารถรักษาความสามารถในการทำกำไร และฐานการเติบโตในระยะยาวได้อย่างต่อเนื่อง และเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ถือหุ้น บริษัทฯ เตรียมจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล ในอัตราหุ้นละ 0.25 บาท กำหนดวันที่ไม่ได้รับสิทธิปันผล (วันขึ้น XD) 26 สิงหาคมนี้ และกำหนดจ่ายเงินในวันที่ 10 กันยายน
พร้อมกันนี้ นางสาวกฤษชนก ปัทมสัตยาสนธิ กรรมการผู้จัดการ ILM ได้เปิดเผยแผนธุรกิจครึ่งปีหลังด้วยว่า บริษัทฯ พร้อมรับมือความท้าทายจากหลายปัจจัย ทั้งภาวะการแข่งขันในอุตสาหกรรมค้าปลีกเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งบ้านที่ดุเดือด แรงกดดันจากกำลังซื้อ และตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่ฟื้นตัวช้า รวมทั้งการที่ต้นทุนวัตถุดิบและค่าขนส่งมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น ตามความผันผวนของราคาพลังงาน ด้วยการมุ่งเสริมความแข็งแกร่งเครือข่ายร้านค้าปลีกเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งบ้าน ควบคู่กับการขยายพื้นที่ร้านค้ารองรับการเติบโตระยะยาว โดยอยู่ในระหว่างก่อสร้างสาขา Index Living Mall หัวหิน ไปยังพื้นที่แห่งใหม่ และขยายร้านค้าปลีกไลฟ์สไตล์ Flying Tiger Copenhagen เพิ่มเติมจากที่มีล่าสุด 13 สาขา ขยายโอกาสการเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคที่มีไลฟ์สไตล์หลากหลายมากยิ่งขึ้น พร้อมทั้งมองหาโอกาสจากธุรกิจใหม่ๆ อยางต่อเนื่อง ประเดิมด้วยธุรกิจสนามกีฬา ครอบคลุมกีฬาเทนนิส พิคเคิลบอล และบาสเกตบอล สาขาแรกที่ The walk เกษตร-นวมินทร์ และสาขา 2 ที่ The walk ราชพฤกษ์ ปลายไตรมาส 3
ขณะเดียวกัน เพื่อเพิ่มความสามารถในการทำกำไร บริษัทฯ เตรียมเพิ่มเครื่องจักรและสายการผลิตแบบระบบอัตโนมัติใหม่ภายในโรงงาน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ช่วยควบคุมต้นทุนการผลิต และนำเอา AI มาช่วยวิเคราะห์ข้อมูลลูกค้า บริหารการทำโปรโมชัน การมอบสิทธิประโยชน์ต่างๆ รวมทั้งพัฒนาสินค้าใหม่ในกลุ่มเฟอร์นิเจอร์และของใช้ในบ้าน เพิ่มความหลากหลายของสินค้าตอบโจทย์ความต้องการและเทรนด์ที่เปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง เช่น เทรนด์ Pet Humanization เทรนด์การดูแลสุขภาพ เพื่อสนับสนุนการเติบโตในระยะยาว โดยดำเนินการภายใต้หลักการรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง เพื่อก้าวสู่เป้าหมาย Sustainable Living for Future Lifestyle อย่างมั่นคงและยั่งยืน
สำหรับภาพระยะสั้น บริษัทฯ จะให้ความสําคัญกับการบริหารสภาพคล่องทางการเงินให้อยู่ในเกณฑ์ที่แข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการควบคุมอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio) ในระดับ 1.1 เท่า หรือการสร้างกระแสเงินสดอย่างต่อเนื่อง พร้อมกับรักษาอัตรากำไรสุทธิให้ได้ไม่ต่ำกว่าครึ่งปีแรก เพื่อสร้างผลตอบแทนที่เหมาะสมให้แก่ผู้ถือหุ้น ในอัตราไม่น้อยกว่าปี 2568