1037 จำนวนผู้เข้าชม |
นางกนกทิพย์ จันทร์พลังศรี ประธานคณะกรรมการบริหาร บมจ. ทีพีซี เพาเวอร์ โฮลดิ้ง (TPCH) เปิดเผยว่า บริษัทฯ เร่งงานก่อสร้างโครงการพลังงานแสงอาทิตย์ ใน สปป.ลาว ขนาดกำลังการผลิต 100 เมกะวัตต์ ซึ่งเป็นโครงการร่วมทุนระหว่างบริษัทฯ และบริษัท แม่โขง พาวเวอร์ (MKP) ในสัดส่วน 40% และได้ลงนามสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับรัฐวิสาหกิจไฟฟ้าลาว (EDL) เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยสามารถติดตั้งแผงเซลล์แสงอาทิตย์ดําเนินการแล้วเสร็จมากกว่า 90% และกำลังในระหว่างการติดตั้งระบบสายส่ง สถานีไฟฟ้าเพิ่มแรงดัน และระบบประกอบอื่นๆ เพื่อเพิ่มเสถียรภาพของระบบ รวมทั้งเริ่มดำเนินการทดสอบระบบบางส่วนแล้ว สร้างความพร้อมในการจ่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ให้ได้เต็มกำลังการผลิตภายในปี 2569 ตามแผน
ส่วนแผนพัฒนาโครงการพลังงานหมุนเวียนในประเทศ บริษัทฯ มุ่งให้ความสำคัญกับการพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานชีวมวล ประกอบด้วย CRB, MWE, TSG, PGP, SGP และ PTG กำลังการผลิตติดตั้งรวม 71.2 เมกะวัตต์ เพื่อให้เกิดเสถียรภาพสูงสุด พร้อมกับมุ่งมั่นยกระดับมูลค่าจากธุรกิจสีเขียว ด้วยการจําหน่าย Carbon Credit T-VER ปริมาณการออกเครดิตสูงถึงปีละประมาณ 81,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (TCO2e) รองรับความต้องการของตลาดคาร์บอนเครดิตที่มีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังมีศักยภาพในการจําหน่ายใบรับรองเครดิตการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนระดับสากล (I-RECs) ได้สูงถึงปีละ 570 ล้านเมกะวัตต์ชั่วโมง หรือ 570 ล้านหน่วย RECs ยกระดับความแข็งแกร่งของผลดำเนินงานและฐานะการเงินอย่างมั่นคง
สำหรับผลดำเนินงานงวดไตรมาส 2 ปี 2569 TPCH มีผลขาดทุนสทธิ 560.29 ล้านบาท ลดลงจากไตรมาส 2 ปีก่อน (YoY) และไตรมาสแรกปีนี้ (QoQ) มากกว่า 100% เนื่องจากมีการรับรู้ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (ECL) ของเงินให้กู้ยืมแก่กิจการที่เกี่ยวข้องกัน ทั้งจากบริษัท สยาม พาวเวอร์ (SP) ซึ่งเป็นกิจการร่วมค้าระหว่างบริษัทฯ กับกลุ่มนายทวี จงควินิต ในสัดส่วน 50% เท่ากัน จำนวน 589.98 ล้านบาท และบริษัทแม่ บมจ. ไทยโพลีคอนส์ (TPOLY) จำนวน 135.46 ล้านบาท ซึ่งเป็นรายการทางบัญชี ไม่มีผลกระทบต่อกระแสเงินสดจากการดําเนินงานของบริษัทฯ โดยหากไม่รวมผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น จะมีกําไรจากการดําเนินงาน 6.60 ล้านบาท
ซึ่งล่าสุด บริษัทฯ ได้ยื่นคำร้องขอฟื้นฟูกิจการ TPOLY ต่อศาลล้มละลายกลางเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยกำลังอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลล้มละลายกลางว่าจะมีคำสั่งรับคำร้องขอฟื้นฟูกิจการดังกล่าวไว้พิจารณาหรือไม่