1392 จำนวนผู้เข้าชม |
นายอดิศักดิ์ สุขุมวิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. เจมาร์ท กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ (JMART) เปิดเผยแผนดำเนินงานช่วงครึ่งหลังปี 2569 ว่า จะมุ่งขับเคลื่อนการเติบโตผ่าน Synergy Ecosystem โดยมี Mobile Phone Lending เป็น Growth Engine เชื่อมธุรกิจจำหน่ายโทรศัพท์มือถือ บริการทางการเงิน และเทคโนโลยี Lock Phone เข้าด้วยกัน รับการเข้าสู่ช่วงเปิดตัวผลิตภัณฑ์สมาร์ทโฟนใหม่ๆ และกระแส AI Upgrade รวมถึงพฤติกรรมผู้บริโภคที่หันมานิยมการผ่อนชำระมากขึ้น ดูได้จากพอร์ตสินเชื่อ Lock Phone ที่เติบโตต่อเนื่อง ขึ้นมาแตะ 21,000 ล้านบาท แบ่งเป็นสินเชื่อ Samsung Finance+ ของบริษัท เคบีเจ แคปปิตอล (KBJ) ราว 12,600 ล้านบาท และสินเชื่อ Lock Phone กว่า 8,400 ล้านบาท ขณะที่กลุ่มบริษัทฯ สามารถขยายฐานลูกค้า และช่องทางจำหน่ายผ่านบริษัท เจมาร์ท โมบาย (JMB) บมจ. ซิงเกอร์ ประเทศไทย (SINGER) และร้านค้าพันธมิตร ผลักดันให้รายได้จากการจำหน่ายสมาร์ทโฟน และอุปกรณ์เสริมเติบโตอย่างโดดเด่น หนุนให้รายได้จากธุรกิจรับประกันภัยมือถือสูงขึ้นตามมาด้วย สนับสนุนให้ผลดำเนินงานครึ่งปีหลังเติบโตดีกว่าครึ่งปีแรก
ขณะเดียวกัน บริษัทฯ จะเพิ่มศักยภาพการเติบโตในธุรกิจร้านอาหาร ผ่านบริษัท บีเอ็นเอ็น เรสเตอรองท์ กรุ๊ป (BNN) เจ้าของแบรนด์สุกี้ตี๋น้อย ด้วยการเดินหน้าขยายสาขา เพื่อเพิ่มการเข้าถึงลูกค้าให้ครอบคลุมทั่วประเทศมากขึ้น พร้อมกับเพิ่มความหลากหลายของพอร์ตร้านอาหารให้มากขึ้น ประเดิมด้วยร้านบุฟเฟต์หมูกระทะ ภายใต้แบรนด์นายพราน หมูกระทะ ขยายฐานลูกค้าใหม่ และเพิ่มการเข้าถึงของลูกค้าเดิม โดยวางแผนขยายสาขาในครึ่งปีหลังเพิ่มจาก 134 สาขา เป็น 160 สาขา ช่วยผลักดันการเติบโตของรายได้ทั้งปีขึ้นมาที่ 13,000 ล้านบาท จากที่ทำได้ 5,600 ล้านบาท ในครึ่งปีแรก สร้าง Growth Engine สนับสนุนการเติบโตของรายได้และส่วนแบ่งกำไรที่จะได้รับในระยะถัดไป
ส่วนธุรกิจบริหารหนี้ด้อยคุณภาพ ของ บมจ. เจเอ็มที เน็ทเวอร์ค เซอร์วิสเซ็ส (JMT) ซึ่งเป็นหนึ่งในธุรกิจหลักที่สร้างกำไรสุทธิให้ JMART อย่างต่อเนื่อง จะมุ่งเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารพอร์ต และการจัดเก็บหนี้ โดยใช้ AI ช่วยวิเคราะห์ข้อมูลและออกแบบโซลูชันการจ่ายหนี้ เพื่อลดการตั้งสำรองค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิด (ECL) มุ่งเน้นการจัดเก็บเงินสดให้ได้ 9,000 ล้านบาท และยกระดับกำไรทั้งปีให้เติบโต 30% จากปีก่อน ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ พร้อมกับเดินหน้าขยายโอกาสทางธุรกิจในระยะต่อไป จากการลงทุนซื้อหนี้ด้อยคุณภาพเพิ่มในครึ่งปีหลังอีก 2,000 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าสถาบันการเงินจะทยอยนำหนี้ด้อยคุณภาพออกมาจำหน่ายเพิ่มในไตรมาสสุดท้ายของปี
ขณะที่ บมจ. ซิงเกอร์ ประเทศไทย (SINGER) เตรียมเปิดตัวสินค้าใหม่กลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้า และจักรเย็บผ้าเทคโนโลยีใหม่ ในไตรมาสสุดท้าย รวมถึงบริการทางการเงินใหม่ๆ อย่าง สินเชื่อล็อกเครื่องใช้ไฟฟ้า (Lock Appliance) และสินเชื่อโซลาร์รูฟท็อป ซึ่งจะเปิดโอกาสให้ลูกค้าสามารถผ่อนชำระได้นานถึง 72 เดือน พร้อมกับเปิดตัวบริการใหม่ บริการเช่าใช้ (SG Subscribe+) นำร่องในกลุ่มผลิตภัณฑ์โซลาร์ ควบคู่กับการขยายช่องทางการขาย ทั้งสาขาซิงเกอร์ภายในและนอกห้างสรรพสินค้า และการขยายร้านค้าตัวแทน SINGER ให้ครบ 146 สาขา ช่วยผลักดันรายได้จากการขายและให้เพิ่มขึ้นกว่า 200 ล้านบาท
สำหรับ บมจ. เจเอเอส แอสเซ็ท (J) พร้อมเดินหน้าขยายฐานรายได้ใหม่จากธุรกิจโรงแรม สร้าง Growth Driver เสริมรายได้จากธุรกิจศูนย์การค้าชุมชน (Community Mall) รวม 8 แห่ง ซึ่งเริ่มต้นในดือนสิงหาคมปีก่อน ผ่านการปรับโฉมซีเนร่า ซีเนียร์ เวลเนส (SENERA Senior Wellness) บางบัวทอง ให้เป็นโรงแรมแบรนด์เซนส์ (SENS Hotel) จำนวน 49 ห้อง พร้อมกับทยอยเปิดให้บริการโรงแรมแห่งที่ 2 ที่คู้บอน โดยมีแผนเพิ่มจำนวนห้องพักเป็น 128 ห้องในไตรมาส 3 และ 136 ห้อง ในไตรมาสสุดท้าย ช่วยต่อยอดรายได้จากธุรกิจศูนย์การค้า ที่มีอัตราการเช่าพื้นที่รวมประมาณ 95% ยกระดับรายได้ทั้งปีให้ได้ 810 ล้านบาท และกำลังเริ่มตั้งทีมรับบริหารโรงแรมและโครงการภายนอกในรูปแบบ Asset-Light Model เปิดโอกาสในการต่อยอดธุรกิจโดยไม่ต้องใช้เงินลงทุนในสินทรัพย์เป็นจำนวนมาก
พร้อมกันนี้ บริษัทฯ จะเดินหน้าแผน Unlock Value ผ่านการนำบริษัทในเครือเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ไม่ว่าจะเป็น BNN, KBJ Capital หรือ J Ventures ในระยะต่อไป
ทั้งนี้ JMART รายงานผลดำเนินงานงวดไตรมาส 2 มีกำไรสุทธิ 213 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 92% จากไตรมาส 2 ปีก่อน (YoY) และเพิ่มขึ้น 31% จากไตรมาสแรก (QoQ) ได้แรงหนุนจากการบริหารต้นทุนของ JMB ที่ดีขึ้น แม้รายได้จะทรงตัวที่ 2.5 พันล้านบาท ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นดีดตัวจาก 28.5% ในไตรมาส 2 ปีก่อน และ 29.7% ในไตรมาสแรก เป็น 31% และการเพิ่มขึ้นของส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในกิจการร่วมค้าและบริษัทร่วม โดยเฉพาะจากบริษัทบริหารสินทรัพย์ เจเค (JKAM) KBJ และ SINGER ที่สูงขึ้น ทั้งที่รายได้จากการดำเนินงานจะลดลง 1% YoY และ 4% QoQ เหลือ 3.77 พันล้านบาท และการเติบโตของกำไรในงวดไตรมาส 2 ผลักดันให้บริษัทฯ รายงานกำไรสุทธิครึ่งปีแรก 376 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 49% จากครึ่งแรกปีก่อน ขณะที่รายได้จากการดำเนินงานเพิ่มขึ้น 2% มาอยู่ที่ 7.69 พันล้านบาท เช่นเดียวกับส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในกิจการร่วมค้าและบริษัทร่วมที่เพิ่มขึ้น 17% มาอยู่ที่ 467 ล้านบาท