1379 จำนวนผู้เข้าชม |
นางอาฑิตยา พูนวัตถุ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ. ติดล้อ โฮลดิ้งส์ (TIDLOR) เปิดเผยแผนธุรกิจช่วงครึ่งหลังปี 2569 ว่า พร้อมเดินหน้าผลักดันการเติบโตอย่างมีคุณภาพ จากการเพิ่มรายได้ และควบคุมคุณภาพหนี้อย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่กับการบริหารต้นทุนอย่างต่อเนื่อง โดยแนวทางเพิ่มรายได้ จะมุ่งเน้นการขยายพอร์ตสินเชื่อจำนำทะเบียนอย่างรอบคอบ ผ่านการอนุมัติสินเชื่อที่เหมาะสมกับระดับความเสี่ยง และความสามารถในการชำระหนี้ของลูกค้า เพื่อรักษาเป้าสินเชื่อทั้งปีเติบโต 5-10% และเป้าหนี้เสีย (NPL) ในกรอบ 1.5-1.8% ตามเดิม พร้อมกับขยายการเติบโตของเบี้ยประกันวินาศภัย ที่ 5-10%
ขณะที่การบริหารต้นทุน จะให้ความสำคัญกับการบริหารค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพ โดยยังคงเป้าอัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ (Cost-to-Income Ratio) ที่ระดับ 50% กลางๆ หลังจากทำได้ในครึ่งปีแรก ที่ 55.1% และปรับลดเป้าค่าใช้จ่ายสำรองหนี้สูญ (credit cost) ลงจากเดิม 2.5-2.8% เหลือ 2.0-2.5% เพราะมั่นใจในคุณภาพสินเชื่อที่ควบคุมได้ตามคาด
สำหรับผลดำเนินงานงวดไตรมาส 2 ที่ผ่านมา TIDLOR มีกำไรสุทธิ 1,533 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18.3% จากช่วงเดียวกันปีก่อน (YoY) แต่ลดลง 5% จากไตรมาสก่อน (QoQ) โดยการลดลง QoQ ถูกกดดันจากธุรกิจนายหน้าประกันภัยที่รายได้ลดลงตามปัจจัยฤดูกาล ทำให้รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการลดลง 5% ฉุดให้รายได้รวมเพิ่มเพียง 1.5% เป็น 6,143 ล้านบาท ประกอบกับการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อยกระดับการให้บริการ ทำให้ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานเพิ่มขึ้น 2.8% และยังมีการตั้งสำรองเพิ่มขึ้น 22.2% เพราะลูกค้าบางกลุ่มได้รับผลกระทบด้านค่าครองชีพจากต้นทุนพลังงานที่สูง ทำให้ความสามารถในการชำระหนี้อ่อนแอลง อย่างไรก็ตาม คุณภาพสินทรัพย์โดยรวมยังถือว่าแข็งแรง ดูได้จากหนี้เสีย (NPL) ที่ทรงตัวระดับต่ำเพียง 1.5% และอัตราส่วนเงินสำรองต่อสินเชื่อด้อยคุณภาพ (Coverage Ratio) ที่สูงถึง 321.5%
ส่วนการเติบโต YoY มีผลจากการขยายตัวของรายได้ ทั้งจากธุรกิจสินเชื่อ (สามารถขยายสินเชื่อจำนำทะเบียนได้เพิ่มขึ้น 6.1% ทำให้รายได้ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น 7% เป็น 5,097.4 ล้านบาท) และธุรกิจนายหน้าประกันภัย (ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ตามความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ ช่องทางการขายที่ครอบคลุม และการใช้เทคโนโลยียกระดับการให้บริการ หนุนให้รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการเพิ่ม 2.2% เป็น 984.4 ล้านบาท) ทำให้รายได้รวมเพิ่มขึ้น 6.1% แตะ 6,143 ล้านบาท รวมถึงการลดลงของต้นทุนทางการเงินตามทิศทางดอกเบี้ย ทำให้ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) ปรับตัวดีขึ้น ตลอดจนการควบคุมคุณภาพสินเชื่ออย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (ECL) ลดลง 17.4% เหลือ 571.7 ล้านบาท ช่วยให้ค่าใช้จ่ายสำรองหนี้สูญ (credit cost) ลดจาก 2.63% เหลือ 2.06% และช่วยผลักดันให้ผลดำเนินงานครึ่งปีแรกเติบโตโดดเด่นตามไปด้วย โดยกำไรสุทธิเติบโต 26.2% มาอยที่ 3,147 ล้านบาท ตามรายได้รวมที่เพิ่มขึ้น 7.2% เป็น 12,212.5 ล้านบาท สะท้อนความสำเร็จในการการขยายฐานลูกค้า ควบคู่กับการขยายการเข้าถึงบริการทางการเงิน จากเครือข่ายสาขารวม 1,918 แห่ง และช่องทางดิจิทัล อย่างต่อเนื่อง ทำให้จำนวนลูกค้าสินเชื่อเพิ่มขึ้น 9% สินเชื่อต่อสาขาเพิ่มขึ้นเป็น 58.7 ล้านบาทขณะที่พอร์ตสินเชื่อรวมเติบโต 6.1% แตะ 112,537.9 ล้านบาท