การเติบโตของรายได้จากเงินปันผลครึ่งปีแรก หนุนกำไร TCAP ทั้งปี 2569 โดดเด่น อาจมีปันผลพิเศษ

52 จำนวนผู้เข้าชม  | 

การเติบโตของรายได้จากเงินปันผลครึ่งปีแรก หนุนกำไร TCAP ทั้งปี 2569 โดดเด่น อาจมีปันผลพิเศษ


 

 

นายพีระพัฒน์ เมฆสิงห์วี กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ. ทุนธนชาต (TCAP) เปิดเผยแผนธุรกิจช่วงครึ่งหลังปี 2569 ว่า จะให้ความสำคัญกับการบริหารธุรกิจด้วยวินัยการลงทุนและการบริหารความเสี่ยงอย่างรอบคอบ พร้อมต่อยอดธุรกิจในกลุ่ม และมองหาโอกาสการลงทุนเพื่อเสริมความแข็งแกร่งของพอร์ต เสริมเพิ่มจากการซื้อหุ้นคืน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารเงินทุน และสร้างมูลค่าเพิ่มแก่ผู้ถือหุ้น สนับสนุนการเติบโตระยะยาว

สำหรับผลดำเนินงานงวดไตรมาส 2 ที่ผ่านมา TCAP มีกำไรสุทธิ 2,642 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24.4% จากช่วงเดียวกันปีก่อน (YoY) และเพิ่มขึ้น 27.8% จากไตรมาสก่อน (QoQ) ได้แรงหนุนจากรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้น 24.4% และ 28.8% QoQ เป็น 2,956 ล้านบาท สูงกว่าตลาดคาด หลักๆ จากรายได้เงินปันผลจากการลงทุนที่เติบโตถึง 134% YoY และ 1,076% QoQ มาอยู่ที่ 1,585 ล้านบาท เสริมด้วยกำไรจากเครื่องมือทางการเงินที่วัดมูลค่าด้วยมูลค่ายุติธรรม (FVTPL) และส่วนแบ่งกําไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมที่ปรับตัวดีขึ้น และสามารถชดเชยรายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่ลดลง 13.1% YoY และ 5.4% QoQ เหลือ 576 ล้านบาท จากการปล่อยสินเชื่ออย่างระมัดระวัง จนทำให้สินเชื่อหดตัว 15.6% YoY และ 4.1% QoQ รวมถึงส่วนต่างรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) ที่ชะลอตัว YoY และ QoQ เหลือ 2.8%

การเพิ่มขึ้นของรายได้เงินปันผลจากการลงทุน และส่วนแบ่งกําไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมในไตรมาส 2 รวมถึงการเพิ่มขึ้นของรายได้จากธุรกิจประกันภัยตลอด 2 ไตรมาส ทำให้รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยเติบโต 25.3% จากครึ่งแรกปีก่อน มาอยู่ที่ 5,250 ล้านบาท หนุนให้รายได้จากการดำเนินงานครึ่งปีแรกเพิ่มขึ้น 16.4% เป็น 6,435 ล้านบาท ถึงแม้รายได้ดอกเบี้ยสุทธิจะลดลง 11.4% เหลือ 1,185 ล้านบาท และผลักดันให้กำไรสุทธิเติบโต 26.1% มาที่ 4,765 ล้านบาท ตามรายได้จากการดำเนินงานครึ่งปีแรกเพิ่มขึ้น 16.4% เป็น 6,435 ล้านบาท

ขณะที่คุณภาพสินทรัพย์โดยรวมดีขึ้น ดูได้จากค่าใช้จ่ายสำรองหนี้สูญ (credit cost) ในบริษัทร่วมที่ลดลง 82% แต่การที่ฐานสินเชื่อลดลงในอัตราเร่งตัว ทำให้หนี้เสีย (NPL) เพิ่มเป็น 6.7% โดยเฉพาะสินเชื่อค้างชำระ 1-3 เดือน (Stage 2) เพิ่มขึ้นมาแตะ 9.5% ทำให้มีการตั้งสำรองเพิ่มเช่นกัน ส่งผลให้อัตราส่วนเงินสำรองต่อสินเชื่อด้อยคุณภาพ (Coverage Ratio) เพิ่มเป็น 86%

ส่วนความน่าสนใจในการลงทุน TCAP นักวิเคราะห์การลงทุนทุกสํานักให้น้ำหนักไปที่การจ่ายเงินปันผลพิเศษ เพราะ 2 เหตุผล ประการแรก ไม่อาจคาดหวังการเติบโตของกำไรในครึ่งปีหลังได้ดีเท่าครึ่งปีแรก เนื่องจากรายได้จากเงินปันผล และรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ มีแนวโน้มจะปรับลดลง และประการที่สอง ตั้งแต่บริษัทฯ ประกาศโครงการซื้อหุ้นคืนจำนวนไม่เกิน 104.86 ล้านหุ้น วงเงินรวม 7.5 พันล้านบาท (เริ่ม 17 ส.ค.ปีนี้ ถึง 16 ก.พ.ปีหน้า) ราคาหุ้น TCAP ปรับสูงขึ้น และซื้อขายสูงกว่ามูลค่าทางบัญชี (P/BV) แล้ว ทำให้มีโอกาสที่จะใช้วงเงินไม่หมด และอาจปรับเพิ่มอัตราการจ่ายเงินปันผล เพื่อการบริหารเงินทุนที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นแทน โดยเมย์แบงก์ (MST) ปรับเพิ่มการจ่ายเงินปันผลจากปกติที่ 3.70 บาท (คิดรวมเงินปันผลที่จ่ายระหว่างกาล ในอัตราหุ้นละ 1.50 บาทไปแล้ว ในวันที่ 30 กันยายน) คิดเป็นอัตราปันผล 4.36% เป็น 5.2-5.4% ขณะที่กสิกรไทย (KS) และอินโนเวสท์ เอกซ์ (INVX) ให้สูงถึง 6%

 

 

 

 

 

 

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้