PCE แย้มผลดำเนินงานไตรมาส 3 ดีต่อเนื่องจากไตรมาส 2

20 จำนวนผู้เข้าชม  | 

PCE แย้มผลดำเนินงานไตรมาส 3 ดีต่อเนื่องจากไตรมาส 2

 

 

 

นายพรพิพัฒน์ ประสิทธิ์ศุภผล (ขวา) รองกรรมการผู้จัดการ สายงานกลยุทธ์และพัฒนาองค์กร แลนายกีรติ ไชยะกุล (ซ้าย) ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานบัญชีและการเงิน บมจ. เพชรศรีวิชัย เอ็นเตอร์ไพรส์ (PCE) ผู้นำอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์มแบบครบวงจร ร่วมนำเสนอข้อมูลในงานบริษัทจดทะเบียนพบผู้ลงทุน (Earnings Call) สำหรับผลดำเนินงานงวดไตรมาส 2 ปี 2569 ชี้แจงแนวโน้มธุรกิจในครึ่งหลังปี 2569 มีทิศทางที่สดใส จากความต้องการใช้น้ำมันไบโอดีเซล (B100) ที่เพิ่มขึ้น จากการที่ภาครัฐปรับใช้ไบโอดีเซล B7 เป็น เกรดพื้นฐาน และ B20 เป็นเกรดทางเลือก รองรับความต้องการภายในประเทศ ตามนโยบายของภาครัฐ ช่วยสนับสนุนผลดำเนินงานโดยรวม

นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังเดินหน้าขยายกำลังการผลิต โดยก่อสร้างโรงงานน้ำมันปาล์มเพื่อการบริโภคเพิ่ม คาดว่าจะสามารถก่อสร้างเสร็จสิ้นภายในไตรมาส 4 ปีนี้ ช่วยเสริมสร้างความมั่นคงด้านอุปทานสินค้า และรองรับโอกาสทางธุรกิจที่มีการเติบโตสูงในอุตสาหกรรมอาหาร ซึ่งปัจจุบันได้มีการขยายฐานลูกค้าต่อเนื่อง

ขณะเดียวกัน บริษัทฯ จะรักษาขีดความสามารถในการทำกำไรให้ดีต่อเนื่องจากครึ่งปีแรก โดยอาศัยจุดแข็งจากการมีโครงสร้างพื้นฐานครบวงจร ครอบคลุมตั้งแต่การจัดหาวัตถุดิบ การผลิต การซื้อมาขายไป (Trading) การบริหารคลังสินค้า การขนส่งทางรถและทางเรือ ไปจนถึงการจำหน่ายผลิตภัณฑ์หลากหลายประเภท พร้อมตอบสนองความต้องการของลูกค้าทุกกลุ่ม ทั้งกลุ่มลูกค้าอุตสาหกรรม (B2B) และกลุ่มผู้บริโภคทั่วไป (B2C) ทำให้สามารถบริหารจัดการวัตถุดิบ ต้นทุนการผลิตให้สามารถแข่งขันได้ และกำหนดสัดส่วนผลิตภัณฑ์ให้เหมาะกับสถานการณ์ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานให้เข้มแข็งขึ้น ผลักดันรายได้ให้เติบโตตามเป้าหมายที่วางไว้ 

สำหรับผลดำเนินงานงวดไตรมาส 2 ที่ผ่านมา บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 214.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 60.2% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน หากตัดรายการพิเศษ จะมีกำไรปกติ 229 ล้านบาท เติบโตก้าวกระโดด จากที่ขาดทุนปกติในไตรมาส 2 ปีก่อน สาเหตุจากการปรับ Product Mix มาเน้นเพิ่มสัดส่วนรายได้จากการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ B100 และน้ำมันปาล์มกึ่งบริสุทธิ์ (RBDPO) ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าสูง ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยยกระดับอัตรากำไรขั้นต้นให้ดีดตัวจาก 1.9% ขึ้นมาที่ 6.2% รวมถึงอัตราความสามารถในการทำกำไร (EBITDA margin) เพิ่มจาก 1.9% เป็น 4.5% ทั้งที่รายได้จากการขายและให้บริการจะลดลง 37.6% มาอยู่ที่ 6,972.4 ล้านบาท ตามรายได้และปริมาณขายน้ำมันปาล์มดิบ (CPO) ที่ลดลง ทั้งจากผลผลิตปาล์มน้ำมันในประเทศที่ชะลอตัว และการให้ความร่วมมือกับภาครัฐชะลอการส่งออก พร้อมกับผลักดันให้ผลดำเนินงานครึ่งปีแรกเติบโตอย่างโดดเด่น

โดยกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 36% มาอยู่ที่ 220.9 ล้านบาท ตามอัตรากำไรขั้นต้นที่เพิ่มจาก 2.6% เป็น 5.4% ขณะที่อัตราความสามารถในการทำกำไร (EBITDA margin) เพิ่มจาก 1.7% เป็น 3.1% แม้รายได้จากการขายและให้บริการจะลดลง 26.9% มาอยู่ที่ 12,148.4 ล้านบาท 

 

 

 


 

 

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้