NAM คาดผลงานครึ่งปีหลังโตแรง หนุนรายได้แตะ 2,400 ล้านบาท ตามเป้า

58 จำนวนผู้เข้าชม  | 

NAM คาดผลงานครึ่งปีหลังโตแรง หนุนรายได้แตะ 2,400 ล้านบาท ตามเป้า


 

 

นายวิโรจน์ ชัยเทอดเกียรติ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร พร้อมด้วยนายสุขุม โพธิสวัสดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่สายงานบัญชีและการเงิน และนายพงศ์เชฏฐ คงศักดิ์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. นำวิวัฒน์ เมดิคอล คอร์ปอเรชั่น (NAM) ร่วมนำเสนอข้อมูลในงานบริษัทจดทะเบียนพบผู้ลงทุน (Earnings Call) สำหรับผลดำเนินงานงวดไตรมาส 2 ปี 2569 ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ของตลาดหลักทรัพย์ฯ ยืนยนแนวโน้มธุรกิจในช่วงครึ่งปีหลัง จะเติบโตแข็งแกร่งกว่าครึ่งปีแรก ตามปัจจัยฤดูกาลที่ปกติรายได้ช่วงไตรมาส 3-4 ของทุกปีจะเติบโตสูงกว่าไตรมาส 1-2 ขับเคลื่อนจากปัจจัยทั้งในและต่างประเทศ โดยปัจจัยในประเทศได้แรงหนุนจากโรงพยาบาลภาครัฐซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าหลัก (สัดส่วนกว่า 70%) มีการเร่งเบิกจ่ายงบประมาณ และจัดซื้อจัดจ้างอุปกรณ์ทางการแพทย์อย่างคึกคัก ส่วนปัจจัยต่างประเทศได้อานิสงค์จากการเติบโตของบริษัทลูกในมาเลเซีย ที่สามารถยกระดับรายได้ให้สูงขึ้น จากการเพิ่มความหลากหลายของสินค้ามากขึ้น และสินค้าบางส่วนนำเขาจากบริษัทฯ ผลักดันให้ผลดำเนินงานงวดไตรมาส 3 สูงกว่าไตรมาส 2 โดยรายได้น่าจะทำได้ใกล้เคียงกับไตรมาส 3 ปีก่อน แต่อัตรากำไรจะปรับตัวสูงขึ้น เนื่องจากต้นทุนการผลิตปรับตัวลดลง ก่อนเติบโตต่อเนื่องในไตรมาสสุดท้าย สนับสนุนให้รายได้รวมทั้งปีเติบโตแตะ 2,400 ล้านบาท ตามเป้าหมายที่วางไว้ ถึงแม้ผลดำเนินงานครึ่งปีแรกจะชะลอตัวจากครึ่งแรกปีก่อน โดยกำไรสุทธิลดลง 48.5% มาที่ 37.82 ล้านบาท ตามรายได้รวมที่ลดลง 19.5% เหลือ 746.25 ล้านบาท สาเหตุจากลูกค้าโรงพยาบาลภาครัฐและหน่วยงานภาครัฐชะลอการจัดซื้อ เนื่องจากงบประมาณจากส่วนกลางชะลอการใช้จ่าย ซึ่งเป็นผลจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวและผลกระทบจากภาวะสงคราม 

ทั้งนี้ บริษัทฯ พร้อมเดินหน้าต่อยอดและพัฒนานวัตกรรมทางการแพทย์และโซลูชันด้านสุขภาพอย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมการแพทย์ สังคมผู้สูงอายุ และแนวโน้มการรักษาที่ให้ความสำคัญกับความแม่นยำและความปลอดภัยมากขึ้น ทำให้กำหนด 5 กลยุทธ์หลักเพื่อขับเคลื่อนการเติบโต ประกอบด้วย การขยายพอร์ตโฟลิโอผลิตภัณฑ์ให้หลากหลายและครอบคลุมตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ การขยายตลาดต่างประเทศ ผ่านบริษัทลูกในมาเลเซียและอิตาลี รวมถึงการตั้งฐานประกอบชิ้นส่วนในอินโดนีเซียร่วมกับพันธมิตรท้องถิ่น พร้อมกับสร้างพันธมิตรเชิงกลยุทธ์เพิ่ม เพื่อร่วมกันต่อยอดและพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ควบคู่กับการบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ และการสร้างแบรนด์ดิ้ง เพื่อยกระดับอัตรากำไรให้สูงขึ้น และสร้าง Brand Loyalty ต่อกลุ่มลูกค้า มุ่งยกระดับกำไรแตะ 380 ล้านบาท ในปี 2571 ตามแผน JUMP+

ขณะเดียวกัน บริษัทฯ ได้วางงบลงทุนรวม 150 ล้านบาท แบงเป็นงบลงทุนในการซื้อกิจการ (M&A) ราว 40 ล้านบาท งบลงทุนดานการวิจัยและพัฒนา (R&D) ประมาณ 20 ล้านบาท งบลงทุนพฒนาโครงการให้บริการทางการแพทย์ 20 ล้านบาท งบลงทุนติดตั้งระบบแขนหุ่นยนต์ในระบบการผลิต 10 ล้านบาท งบลงทุนติดตั้งโซลาร์ราว 5 ล้านบาท และงบลงทุนจัดซื้อคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่างๆ ในสำนักงานอีกโครงการละ 5 ล้านบาท


 

 

 

 

 

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้