53 จำนวนผู้เข้าชม |
นายโทนี่ เฟอร์นานเดส ผู้ก่อตั้ง และที่ปรึกษา กลุ่มแอร์เอเชีย (AirAsia) พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูง บมจ. เอเชีย เอวิเอชั่น (AAV) จัดงานแถลงข่าวชี้แจงสถานการณ์ทางการเงิน พร้อมปฏิเสธรายงานข่าวของสื่อต่างประเทศที่ระบุว่า รัฐบาลมาเลเซียกำลังเตรียมแผนสำรองกรณี AirAsia ล้มละลาย ด้วยการเจรจากับสายการบินอื่นให้เข้ามารองรับเส้นทางแทน โดยตอบโต้ว่า ข่าวดังกล่าวเป็นข้อความที่ไร้สาระที่สุดเท่าที่เคยเห็นมาในรอบ 25 ปี เนื่องจากไม่มีสายการบินใดสามารถทดแทนฝูงบินกว่า 100 ลำ โครงสร้างต้นทุน และเครือข่ายการบินของ AirAsia ได้
ในประเด็นสถานะการเงินของบริษัทแม่ นายโทนี่ยอมรับว่า ผลดำเนินงานงวดไตรมาส 2 ปี 2569 ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ดันราคาน้ำมันพุ่งเกินบาร์เรลละ 200 ดอลลาร์สหรัฐฯ และคาดว่าตัวเลขกระแสเงินสดในไตรมาส 3 จะเริ่มฟื้นตัวอย่างชัดเจน ก่อนพลิกกลับมาเติบโตในในไตรมาสสุดท้ายปีนี้ โดยสายการบินยังคงเดินหน้าตามเป้าหมายขนส่งผู้โดยสาร 60 ล้านคนในปีนี้ และตั้งเป้าขยายเป็น 80 ล้านคนในปีหน้า เนื่องจากมียอดจองตั๋วล่วงหน้า (Load Factor) สูงในระดับ 80% ปลายๆ พร้อมมีแผนลงทุนระยะยาวในศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยานในไทยเพิ่มเติม
อีกทั้งกลุ่มแอร์เอเชียมั่นใจใน 3 เสาหลัก คือ โครงสร้างต้นทุนที่ต่ำที่สุด (Cost Leadership), เครือข่ายเส้นทางบินที่ครอบคลุม (Network)และ ความแข็งแกร่งของแบรนด์ (Brand) จะเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้บริษัทฯ อยู่รอดและเติบโต
สำหรับมาตรการรับมือต้นทุนน้ำมัน กลุ่มแอร์เอเชียจะใช้การปรับราคาตั๋วโดยสารให้สะท้อนต้นทุนจริง และเน้น Optimization หรือตัดเส้นทางบินที่ไม่ทำกำไรออกไป


เขายังยืนยันด้วยว่า กลุ่มแอร์เอเชียไม่ได้กำลังจะล้มละลาย และไม่มีความจำเป็นต้องขอรับเงินช่วยเหลือ (Bailout) ใด ๆ จากรัฐบาลมาเลเซีย เพราะกลุ่มแอร์เอเชียมีเงินสดหมุนเวียนในมือมากกว่า 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และพร้อมรักษาเครดิตทางการเงิน ไม่ให้มีประวัติการผิดนัดชำระได้อย่างต่อเนื่อง โดยมีแผนระดมทุนเพียง 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพื่อนำมา Refinance หนี้เดิมที่มีดอกเบี้ยสูง ซึ่งกู้มาในช่วงวิกฤตโควิด ซึ่งขณะนี้มีธนาคารหลายแห่งให้ความสนใจ คาดว่าจะมีความชัดเจนช่วงเดือนธันวาคมปีนี้ หรือเดือนมกราคม ปี 2570
ด้านการดำเนินงานในประเทศไทย สายการบิน Thai AirAsia (TAA) ดำเนินธุรกิจภายใต้ AAV โดยมีการบริหารงานเป็นอิสระ และแยกบัญชีทางการเงินเด็ดขาดจาก AirAsia มาเลเซีย ปัจจุบัน TAA ยังคงมีกระแสเงินสดและสภาพคล่องที่แข็งแกร่ง ยอดจองตั๋วโดยสารล่วงหน้าเติบโตต่อเนื่อง สอดคล้องกับรายได้งวดไตรมาส 2 ที่ทำได้ 10,046 ล้านบาท ประกอบกับการออกหุ้นกู้มูลค่า 3,815 ล้านบาท เพื่อเสริมความมั่นคงทางการเงิน ทำให้คาดว่าจะสามารถพลิกกลับมาทำกำไรได้ดีในไตรมาสสุดท้ายปีนี้ ซึ่งเป็นช่วงไฮซีซั่นของการท่องเที่ยว
ส่วนประเด็นลูกหนี้ 1.4 หมื่นล้านบาท ที่เกิดจากระบบจองตั๋วรวมศูนย์และค่าซ่อมบำรุง บริษัทฯ ชี้แจงว่าเป็นรายการปกติทางธุรกิจ คาดว่ายอดหนี้จะลดลงอย่างมีนัยสำคัญภายในครึ่งแรกของปี 2570 ซึ่งหากเกิดกรณีเลวร้ายที่สุดที่ AirAsia มาเลเซียต้องเข้าสู่แผนฟื้นฟูกิจการ ฝั่งไทยอาจจำเป็นต้องตั้งสำรองหนี้สูญตามเกณฑ์บัญชี รวมถึงอาจได้รับผลกระทบทางอ้อมด้านการเชื่อมโยงเครือข่ายเส้นทางบินและอำนาจการต่อรองในการสั่งซื้อเครื่องบินร่วมกัน
อย่างไรก็ตาม คำแนะนำในการลงทุน AAV เบื้องต้น นักวิเคราะห์หลักทรัพย์หลายสำนัก อาทิ กสิกรไทย (KS) กรุงศรี (KSS) พาย (Pi) ยังไม่แนะนำให้เข้าลงทุน เพราะแนวโนมผลดำเนินงานงวดไตรมาส 3 คาดว่าจะขาดทุนต่อเนื่องจากงวดไตรมาส 2 ที่ขาดทุนปกติ 2,101 ล้านบาท จากผลกระทบของช่วง Low Seasons และแรงกดดันจากต้นทุนน้ำมันที่เพิ่มขึ้น ขณะที่แนวโน้มผลดำเนินงานงวดไตรมาสสุดท้ายปีนี้ จะขึ้นอยู่กับทิศทางราคานํ้ามัน และการปรับขึ้นค่าโดยสาร ซึ่งหากราคานํ้ามันยังยืนในระดับสูง บริษัทฯ อาจยังไม่สามารถกลับมามีกําไร แม้ผลดำเนินงานจะปรับตัวดีขึ้นจากไตรมาส 3 ก็ตาม