2011 จำนวนผู้เข้าชม |
บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ (INVX) มองการลงทุนในปี 2569 ยังคงผันผวนสูง จาก 4 ปัจจัยเสี่ยง ประการแรก หุ้นกลุ่มเทคโนโลยี ที่แม้แนวโน้มยังสดใส แต่ Valuation สูงขึ้นมาก อาจนำไปสู่การปรับตัวลดลง หากเกิดเหตุไม่คาดฝัน ประการที่ 2 สงครามการค้าที่อาจกลับมาเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงครึ่งปีหลังจากบุคลิกของผู้นำอเมริกา ที่คาดเดาได้ยาก ประการที่ 3 เศรษฐกิจโลกเผชิญความเสี่ยงจากปัญหาหนี้สูง และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และประการที่ 4 ความเสี่ยงการเมืองระหว่างประเทศในหลายภุูมิภาค ทั้งเอเชีย ตะวันออกกลาง และลาตินอเมริกา ประกอบกับ ใกล้ช่วงกลางปี แรงส่งจากดอกเบี้ยขาลง ซึ่งเป็นปัจจัยสนับสนุนในช่วงต้นปีจะลดลง ทำให้ความกังวลเงินเฟ้ออาจเพิ่มกลับขึ้นมา ส่งผลให้การลงทุนจำเป็นต้องคัดสรร และกระจายตัวมากขึ้น ดังนั้น การลงทุนหุ้นขนาดเล็กที่มี Valuation สมเหตุสมผลในตลาดอเมริกา จะมีความน่าสนใจมากขึ้น รวมถึงกระจายการลงทุนไปในตลาดหุ้นเกิดใหม่ อย่างอินเดีย หรือจีน โดยเฉพาะกลุ่มเทคโนโลยี น่าจะสร้างผลตอบแทนได้ดีเช่นกัน ขณะที่ทองคำยังเป็นสินทรัพย์ที่จะยังคงให้ผลตอบแทนที่ดีต่อ และช่วยลดความผันผวนของพอร์ตการลงทุนได้ด้วย

สำหรับตลาดหุ้นไทย ประเมินว่าจะให้ผลตอบแทนจำกัด จากแนวโน้มภายในที่ยังไม่สดใส แต่ยังมีปัจจัยหนุนจากทิศทางดอกเบี้ยในช่วงครึ่งปีแรกที่ยังเป็นขาลง โดยให้กรอบดัชนีเป้าหมายปีนี้ที่ 1,350-1,400 จุด โดยกลุ่มอุตสาหกรรมที่คาดว่าจะให้ผลตอบแทนเด่น ได้แก่ กลุ่มที่มีการสัดส่วนรายได้ภายในประเทศสูงและเป็นกลุ่มเชิงรับ ได้แก่ กลุ่มการแพทย์ กลุ่มพาณิชย์ และกลุ่มสื่อสาร ส่วน Trend ที่น่าสนใจและโดดเด่นต่อเนื่อง ได้แก่ Data Center จาก AI Supercycle ที่การลงทุนยังสูงต่อเนื่อง และเริ่มไหลมาสู่ภูมิภาค รวมถึงประเทศไทยที่ตั้งเป้าเป็นศูนย์กลางของภูมิภาค ส่งผลให้กลุ่มนิคมอุตสาหกรรม กลุ่มโรงไฟฟ้า และ กลุ่มสื่อสาร ได้ประโยชน์
ขณะที่กลยุทธ์ลงทุนหุ้นไทย INVX ชูไอเดียจัดพอร์ตผสมผสานใน 4 Theme คือ หุ้นปันผลคุณภาพดี ได้แก่ AP, KTB เข้าด้วยกันกับหุ้นที่กำไรเติบโตดี นำโดย MTC, TRUE หรือหุ้นที่กำไรพลิกเติบโต อย่าง CENTEL, TU และหุ้นที่ราคาต่ำกว่ามูลค่าพื้นฐาน เช่น CPALL, PTTOR
