1745 จำนวนผู้เข้าชม |
การที่ประเทศไทยกำลังเผชิญปัญหาเชิงโครงสร้างทางเศรษฐกิจที่มีความท้าทายครั้งใหญ่กับการแก้ปัญหาในฝั่งของการบริโภคการเติบโตค่อยๆ ลดลง (ในเชิงการเติบโต) ซึ่งเป็นไปได้ทั้งจากรายได้ที่ขยายตัวน้อยลง (ตามภาวะเศรษฐกิจ) ภาระหนี้ครัวเรือนที่สูง ผู้ประกอบการขนาดกลางและเล็ก ทำธุรกิจค่อนข้างลำบาก จากการเข้ามาของรายใหญ่และสินค้าราคาถูกจากต่างประเทศ ขณะที่ความหวังจากการส่งออก และการท่องเที่ยวก็อาจหวังผลได้ไม่มาก เพราะการส่งออกเผชิญกับฐานที่สูงในปี 2568 และท่าทีของผู้นำอเมริกา ส่วนการท่องเที่ยวยังต้องลุ้นการกลับมาของนักท่องเที่ยวจีนว่าจะฟื้นตัวจากปี 2568 ได้ดีเพียงไร ทำให้ Theme การลงทุนปี 2569 จะต้องเน้นที่หุ้นขนาดใหญ่ เป็นผู้นำอุตสาหกรรม ราคาหุ้นไม่แพง มีเงินปันผลระดับที่น่าสนใจ
ซึ่งเมื่อพิจารณาหุ้นที่เข้าข่าย บมจ. หลักทรัพย์ พาย (Pi) แนะนำให้จัดพอร์ตแบบผสมผสานระหว่างหุ้นปันผล หุ้นเติบโต และหุ้นปลอดภัย ประกอบด้วย หุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์ที่ราคาหุ้นไม่แพง ซื้อขายที่ P/BV ต่ำกว่า 1 เท่า และสามารถคาดหวังเงินปันผลในอัตราสูง 6-8% ได้แก่ SCB และ KKP รวมไปถึงหุ้นกลุ่มที่มีปัจจัยหนุนจากธุรกิจ Data Center อย่างหุ้นกลุ่มนิคมอุตสาหกรรม และโรงไฟฟ้า แต่ให้น้ำหนักกับ AMATA มากที่สุด ขณะที่หุ้นกลุ่มท่องเที่ยว น่าจะคาดหวังนักท่องเที่ยวเติบโตได้มากขึ้น พร้อมกับจำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่เชื่อว่าผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว เน้นไปที่ BA และ CENTEL ตลอดจนหุ้นกลุ่มค้าปลีก ที่คาดหวังมาตรการกระตุ้นจากรัฐบาลชุดใหม่ และอาจได้อานิสงค์จากการท่องเที่ยวดีขึ้น นำโดย CPALL และ GLOBAL และกลุ่มโรงพยาบาล เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากปัจจัยภายในและภายนอกที่สร้างความผันผวนต่อตลาด ให้น้ำหนักที่ BDMS
