SCB Julius Baer ฉายภาพการลงทุนครึ่งแรกปี 2569 เป็นปีแห่งการ Reset และ Rebalance ทำให้ต้องกระจายการลงทุน

47 จำนวนผู้เข้าชม  | 

SCB Julius Baer ฉายภาพการลงทุนครึ่งแรกปี 2569 เป็นปีแห่งการ Reset และ Rebalance ทำให้ต้องกระจายการลงทุน




บริษัทหลักทรัพย์ ไทยพาณิชย์ จูเลียส แบร์ (SCB Julius Baer) จัดงานสัมมนาเอ็กซ์คลูซีฟ หัวข้อ มุมมองเศรษฐกิจโลกช่วงครึ่งแรกของปี 2569 (Market Outlook H1/2026) สำหรับลูกค้าที่มีความมั่งคั่งระดับสูง นำเสนอปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อการลงทุนในช่วงครึ่งปีแรก จัดขึ้นที่โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ  เมื่อเร็วๆ นี้ โดยได้รับเกียรติจากนายเอเดรียน เมซซินาวเออร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และนายคีน ตัน ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการอาวุโส ผู้บริหารฝ่ายการแนะนำการลงทุน SCB Julius Baer ร่วมด้วยนายมาร์ค แมทธิว หัวหน้าฝ่ายวิจัยเอเชียแปซิฟิก นายหลุยส์ ชัว นักวิเคราะห์ฝ่ายวิจัยภูมิภาคเอเชีย และนายเรย์ เจีย หัวหน้าฝ่ายวิจัยภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ไม่รวมอินเดีย และรองหัวหน้าฝ่ายส่งเสริมการค้า ประเทศจีน สภาทองคำโลก ธนาคารจูเลียส แบร์ ร่วมงานสัมมนา

ซึ่งตัวแทนจาก Julius Baer ชี้ประเด็นว่า ภาพรวมเศรษฐกิจโลก และการลงทุนปีนี้ จะเป็นปีแห่งการปรับสมดุลและตั้งต้นใหม่ (Resetting and Rebalancing) ของระบบการเงินโลก โดยหนึ่งในจุดเปลี่ยนสำคัญคือการแต่งตั้งประธานธนาคารกลาง (FED) คนใหม่ สะท้อนการเปลี่ยนผ่านด้านผู้นำนโยบายการเงินของอเมริกา ขณะเดียวกัน ความแตกต่างเชิงนโยบายระหว่างอเมริกา ยุโรป และจีน กำลังทวีความชัดเจนมากขึ้น ส่งผลให้นักลงทุนจำเป็นต้องทบทวนและจัดสรรการลงทุนในแต่ละภูมิภาคอย่างรอบคอบมากกว่าเดิม







ขณะที่ SCB Julius Baer ฉายภาพการลงทุนปี 2569 ว่า เศรษฐกิจประเทศหลักๆ ยังคงขยายตัวได้ ขณะที่นโยบายการเงิน คาดว่าอัตราดอกเบี้ยยังมีโอกาสปรับลดลง ส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ มีแนวโน้มอ่อนค่าต่อเนื่อง ช่วยหนุนบรรยากาศการลงทุนในตลาดตราสารหนี้ แต่แนะนำลงทุนในตราสารหนี้ออสเตรเลีย ที่มีความน่าสนใจทั้งอัตราผลตอบแทนที่อยู่ในระดับสูงกว่าสหรัฐฯ และโอกาสจากค่าเงินออสเตรเลีย ส่วนเงินฟรังก์สวิส ยังคงทำหน้าที่เป็นสินทรัพย์ปลอดภัย (Safe Haven) ได้อย่างมีประสิทธิภาพในช่วงที่ตลาดผันผวน

ส่วนตลาดหุ้น แนะนำให้เพิ่มน้ำหนักไปยังหุ้นเชิงป้องกันความเสี่ยง (Defensive) เช่น กลุ่มเฮลธ์แคร์ รวมถึงหุ้นวัฏจักรเศรษฐกิจของยุโรป เพื่อเพิ่มเสถียรภาพให้กับพอร์ตในสภาวะที่ความไม่แน่นอนยังคงอยู่ นอกเหนือจากหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี ซึ่งเป็นผู้นำตลาดในช่วงที่ผ่านมา ขณะที่ตลาดหุ้นเกิดใหม่ (Emerging Markets) คาดว่ายังคงได้รับปัจจัยสนับสนุนจากความเป็นไปได้ของการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของ Fed แนวโน้มการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐฯ และการเติบโตกำไรบริษัทจดทะเบียน โดยให้น้ำหนักเชิงบวกกับตลาดเอเชียเป็นหลัก โดยมีตลาดจีนเป็นหนึ่งในตลาดที่มีความน่าสนใจเชิงกลยุทธ์ 

ขณะเดียวกัน การลงทุนในสินทรัพย์ทางเลือก เช่น บริษัทนอกตลาด และธุรกิจโครงสร้างและสาธารณูปโภคพื้นฐานนอกตลาด จะช่วยกระจายความเสี่ยงและลดความผันผวนของพอร์ตการลงทุนได้ สำหรับทองคำ ยังคงเริ่มต้นปีได้อย่างแข็งแกร่ง จากแรงหนุนความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัย การเข้าซื้อทองคำของธนาคารกลางทั่วโลก และทิศทางอัตราดอกเบี้ยขาลง แต่ควรพิจารณากลยุทธ์ป้องกันความเสี่ยง จากความผันผวนในระยะสั้นควบคู่กันไปด้วย





Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้