20 จำนวนผู้เข้าชม |
นพ. เสถียร ภู่ประเสริฐ กรรมการผู้อำนวยการ บมจ. โรงพยาบาลพระรามเก้า (PR9) เปิดเผยกลยุทธ์ธุรกิจปี 2569 ว่า ยังคงมุ่งยกระดับศูนย์การแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง เพื่อรองรับผู้ป่วยโรคหนักคนไทยและต่างชาติ ผ่านการลงทุนเครื่องมือทางการแพทย์ที่มีนวัตกรรม เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับผลลัพธ์การรักษาที่ดียิ่งขึ้น โดยเฉพาะจาก 3 ศูนย์หลัก คือ ศูนย์ไต ศูนย์หัวใจ และศูนย์สมอง โดยศูนย์ไต เตรียมเปิดให้บริการห้องฟอกไตใหม่ในรูปแบบพรีเมียมในเดือนมีนาคมนี้ ส่วนศูนย์หัวใจ มีแผนจัดซื้อเครื่องฉีดสีสวนหัวใจชนิดพิเศษ คาดว่าจะเริ่มใช้งานได้ในช่วงไตรมาส 3 พร้อมทั้งรับทีมแพทย์และบุคลากรเพิ่มเพื่อดูแลเคสหนัก ขณะที่ศูนย์สมองจะใช้เครื่องมือในการดูแลเคสหลอดเลือดสมองอุดตันด้วย และกำลังจัดทำ ICU Stroke Unit เพื่อดูแลผู้ป่วยหลอดเลือดสมองอุดตันและแตกโดยเฉพาะ คาดว่าจะพร้อมเปิดให้บริการได้ในไตรมาสสุดท้าย
ขณะเดียวกัน บริษัทฯ ยังจะยกระดับการศึกษาในศูนย์กระดูกและข้อ และศูนย์ผ่าตัดแผลเล็ก ด้วยการนำเทคโนโลยีหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด (Robot) เข้ามาใช้ ซึ่งคาดว่าจะสามารถดึงดูดลูกค้าได้เพิ่มขึ้น สนับสนุนให้รายได้เติบโตต่อเนื่องจากปีก่อน โดยในกรณีฐาน คาดว่าจะเห็นการเติบโตเป็นเลขหลักเดียว เมื่อตั้งสมมติฐานว่า รายได้จากผู้ป่วยคนไทยลดลงจากภาวะเศรษฐกิจ และในกรณีดีที่สุด เติบโตเป็นเลขสองหลัก ได้แรงหนุนจากผู้ป่วยต่างชาติเติบโตแข็งแกร่ง หลักๆ จากกาตาร์ เสริมด้วยการเติบโตจากตลาดใหม่ อย่างสหรัฐอาหรับอิมิเรตส์ (UAE) และโอมาน รวมถึงการฟื้นตัวของผู้ป่วยคูเวตในครึ่งปีหลัง ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะทิศทางธุรกิจในไตรมาสแรก ยังคงเห็นโมเมนตัมที่แข็งแกร่งต่อเนื่องจากรายได้ผู้ป่วยต่างชาติ ที่ยังคงมีการรักษาต่อเนื่อง รวมถึงการขยายตัวของผู้ป่วยจากบังคลาเทศ และเมียนมาร์ แต่รายได้จากผู้ป่วยในประเทศเริ่มทรงตัว ตามภาวะเศรษฐกิจ
สำหรับงบลงทุนปีนี้ ตั้งไว้ที่ 700 ล้านบาท แบ่งเป็นงบลงทุนต่อเนื่อง 200 ล้านบาท ในการสร้างหอพักพยาบาล กำหนดแล้วเสร็จในไตรมาสแรกปีหน้า ส่วนที่เหลือจะเน้นไปที่การลงทุนเครื่องมือทางการแพทย์ เพื่อยกระดับการรักษา และสร้างการเติบโตระยะยาวให้กับโรงพยาบาล
ขณะที่ผลดำเนินงานปี 2568 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 822.7 ล้านบาท เติบโต 15.4% จากช่วงเดียวกันปีก่อน ขานรับความสำเร็จในการขยายฐานรายได้กลุ่มผู้ป่วยต่างชาติ โดยเฉพาะตลาดตะวันออกกลาง ซึ่งเติบโตโดดเด่นถึง 748% และการขยายตลาดไปยังกลุ่มผู้รับบริการผู้ถือบัตรประกันต่างชาติ ทำให้รายได้กลุ่มผู้ป่วยต่างชาติเติบโตถึง 73% ส่งผลให้สัดส่วนรายได้จากผู้ป่วยต่างชาติขยายตัวจาก 17% ในปี 2567 ขึ้นมาเป็น 26% ของรายได้จากการดำเนินงาน และผลักดันให้รายได้จากการดำเนินงานเพิ่มขึ้น 13.9% เป็น 5,276.6 ล้านบาท ประกอบกับการควบคุมต้นทุนและปรับปรุงกระบวนการทำงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ช่วยให้อัตรากำไรขั้นต้นเร่งตัวจาก 34.3% ในปีก่อน ขึ้นมาที่ 36.6% ส่งผลให้บริษัทฯ พร้อมจ่ายเงินปันผลในอัตราหุ้นละ 0.30 บาท กำหนดวันที่ไม่ได้รับสิทธิปันผล (วันขึ้น XD) 30 เมษายน และกำหนดจ่ายเงินวันที่ 22 พฤษภาคม ซึ่งหากคิดรวมเงินปันผลระหว่างกาลที่จ่ายก่อนหน้านี้ ทำให้บริษัทฯ จ่ายปันผลทั้งปีในอัตราหุ้นละ 0.50 บาท คิดเป็นอัตราปันผลรวมราว 3.1% อิงราคาหุ้นที่ 16.20 บาท