VIH พร้อมยกระดับศูนย์เฉพาะทาง และคลีนิกเฉพาะทาง ดันรายได้ปี 2569 โตเพิ่ม 10%

37 จำนวนผู้เข้าชม  | 

VIH พร้อมยกระดับศูนย์เฉพาะทาง และคลีนิกเฉพาะทาง ดันรายได้ปี 2569 โตเพิ่ม 10%

 

 

 

ผศ. พญ. สายสุณี วนดุรงค์วรรณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. ศรีวิชัยเวชวิวัฒน์ (VIH) เปิดเผยแผนธุรกิจปี 2569 ว่า พร้อมยกระดับการให้บริการทางการแพทย์ โดยเฉพาะโรคซับซ้อน ผ่านการผสานความเชี่ยวชาญของทีมแพทย์ เข้าด้วยกันกับเทคโนโลยีทางการแพทย์ใหม่ๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดูแลรักษาผู้ป่วย รวมถึงการขยายศูนย์เฉพาะทางและคลินิกเฉพาะทาง เพื่อดึงดูดให้ผู้ป่วยเข้ามาใช้บริการเพิ่มขึ้น ควบคู่ไปกับการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน และบริหารจัดการค่าใช้จ่ายอย่างต่อเนื่อง ผลักดันให้รายได้ปีนี้เติบโต 10% ตามแผนที่วางไว้

ซึ่งล่าสุด บริษัทฯ ได้เปิดศูนย์สมองและระบบประสาทวิชัยเวช ภายในโรงพยาบาลวิชัยเวช อินเตอร์เนชั่นแนล อ้อมน้อย อย่างเป็นทางการ เพื่อช่วยตอบสนองความต้องการของประชาชนในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร ครอบคลุมพื้นที่ใกล้เคียง ทั้งราชบุรี กาญจนบุรี นครปฐม เพิ่มโอกาสการเข้าถึงบริการทางการแพทย์เฉพาะทางอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะกลุ่มโรคที่ต้องได้รับการวินิจฉัยและรักษาอย่างทันท่วงที เช่น โรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) ซึ่งเป็นภาวะฉุกเฉินที่ทุกนาทีมีผลต่อโอกาสรอดชีวิตและการฟื้นตัวของผู้ป่วย เนื่องจากสามารถลดระยะเวลาการรักษาในช่วงเวลาสำคัญ (Golden Hour) ที่มีผลอย่างยิ่งต่อผลลัพธ์ของผู้ป่วย รวมถึงการให้บริการตรวจการนอนหลับ (Sleep Test) เพื่อประเมินความผิดปกติของการนอนหลับ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อสุขภาพสมอง ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการพัฒนาศักยภาพการรักษาของโรงพยาบาลในกลุ่มให้แข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น ช่วยขับเคลื่อนการเติบโตของรายได้ และกำไรอย่างต่อเนื่องในระยะยาว ก่อนเติบโตก้าวกระโดดจากการเปิดดำเนินการโรงพยาบาลใหม่ ขนาด 200 เตียง บริเวณพุทธมณฑลสาย 1 ขนาดพื้นที่ใช้สอยกว่า 36,000 ตารางเมตร เพื่อให้บริการรักษาครอบคลุมทั้งโรคทั่วไป และโรคที่มีความซับซ้อนสูง อาทิ โรคมะเร็ง โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคหลอดเลือดสมอง โรคกระดูกและข้อ สำหรับลูกค้าทั่วไป และมีบริการระดับพรีเมียมรองรับกลุ่มลูกค้าระดับกลางถึงบน อย่างเต็มรูปแบบ หลังจากเริ่มเปิดให้บริการเฟสแรก จำนวน 60 เตียง ในไตรมาสแรกปี 2570 เป็นต้นไป พร้อมสร้างผลตอบแทนอย่างมั่นคงและยั่งยืนให้กับผู้ถือหุ้นในอนาคต






สำหรับผลดำเนินงานปี 2568 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 437.44 ล้านบาท เติบโต 38.6% จากปีก่อน ตามรายได้จากการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น 8.9% มาที่ 3,061.82 ล้านบาท ขานรับผลสำเร็จจากการทยอยเปิดให้บริการศูนย์การแพทย์เฉพาะทาง อาทิ ศูนย์หัวใจ ศูนย์ศัลยกรรม ศูนย์อุบัติเหตุ และคลินิกเฉพาะทาง เช่น จักษุคลินิก และ คลินิกอายุรกรรมมะเร็ง ช่วยหนุนให้กลุ่มลูกค้าทั่วไป (ทั้งลูกค้าเงินสดและลูกค้าประกันชีวิต) เข้ามาใช้บริการเพิ่มขึ้น ผลักดันให้รายได้ต่อบิลสูงขึ้น ส่งผลให้รายได้จากลูกค้ากลุ่มนี้ทั้งปีเพิ่มขึ้น 6.8% เป็น 2,398.72 ล้านบาท ประกอบกับการขยายตัวอย่างโดดเด่นของกลุ่มลูกค้าประกันสังคมในไตรมาสสุดท้าย ช่วยผลักดันให้รายได้จากลูกค้ากลุ่มนี้ทั้งปีเพิ่มขึ้น 14.4% เป็น 708.59 ล้านบาท ประกอบกับการควบคุมต้นทุนและค่าใช้จ่ายอย่างรัดกุม และการบริหารจัดการโครงสร้างหนี้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยหนุนให้อัตรากำไรสุทธิปรับเพิ่มจาก 11% ในปี 2567 ขึ้นมาเป็น 14.1% ทำให้พร้อมจ่ายเงินปันผลเพื่อตอบแทนผู้ถือหุ้น ในอัตราหุ้นละ 0.40 บาท (สูงขึ้นจากปีก่อนหน้าที่จ่ายในอัตราหุ้นละ 0.25 บาท) คิดเป็นอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลที่ 4.3% อิงราคาหุ้นที่ 9.20 บาท กำหนดจ่ายเงินวันที่ 22 พฤษภาคมที่จะถึงนี้   

พร้อมกันนี้ เพื่อเพิ่มอัตราผลตอบแทนให้กับผู้ถือหุ้น พร้อมกับส่งสัญญาณว่าราคาหุ้นปัจจุบันยังต่ำกว่ามูลค่าที่แท้จริง บริษัทฯ ได้ประกาศซื้อหุ้นคืนเพื่อบริหารทางการเงิน (Treasury stock) จำนวน 26.67 ล้านหุ้น คิดเป็นสัดส่วน 4.38% ของหุ้นที่จำหน่ายแล้วทั้งหมด วงเงินรวม 200 ล้านบาท เป็นระยะเวลา 6 เดือน เริ่มตั้งแต่วันที่ 17 มีนาคม ไปสิ้นสุดในวันที่ 16 กันยายนปีนี้ อีกด้วย

 

 

 

 

 

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้