SKR พร้อมซื้อหุ้นคืน 144 ล้านหุ้น เริ่ม 23 มี.ค.นี้ ก่อนปั้นรายได้ปี 2569 โต 5%

30 จำนวนผู้เข้าชม  | 

SKR พร้อมซื้อหุ้นคืน 144 ล้านหุ้น เริ่ม 23 มี.ค.นี้ ก่อนปั้นรายได้ปี 2569 โต 5%




นายสุริยันต์ โคจรโรจน์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ และประธานเจ้าหน้าที่ด้านปฏิบัติการ บมจ. ศิครินทร์ (SKR) เปิดเผยทิศทางการดำเนินธุรกิจปี 2569 ว่า พร้อมยกระดับผลดำเนินงานให้เติบโต 5% จากปีก่อน แตะ 6.3 พันล้านบาท ด้วยการยกระดับความเป็นผู้นำเรื่องการผ่าตัดผ่านกล้อง และเพิ่มศักยภาพโรงพยาบาลในเครือ โดยเฉพาะโรงพยาบาลศิครินทร์ สมุทรปราการ ด้วยการเปิดศูนย์การแพทย์เฉพาะทาง เช่น ศูนย์กระดูกและข้อ ศูนย์แม่และเด็ก เพื่อรองรับกลุ่มลูกค้าที่ทำงานในนิคมอุตสาหกรรม ควบคู่ไปกับการเร่งประสานความร่วมมือกับบริษัทประกัน เพื่อให้ลูกค้าเข้าถึงบริการโดยไม่ต้องสำรองจ่าย ผลักดันให้รายได้จากลูกค้ากลุ่มเงินสด และกลุ่มประกันเติบโตประมาณ 4-6% เช่นเดียวกับการขยายการให้บริการกับลูกค้ากลุ่มประกันสังคม ผ่านการขยายระยะเวลาให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง และเพิ่มการรักษาโรคซับซ้อน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเบิกจ่ายรายได้ในหมวดโรคเฉพาะทาง เพื่อขยายฐานลูกค้ากลุ่มนี้ให้เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ส่งผลให้รายได้เติบโตในระดับ 4-6% เช่นเดียวกัน ขณะเดียวกัน จะพยายามรักษาฐานรายได้จากการให้บริการโรงพยาบาลเคลื่อนที่ (Sikarin Connect) ที่ให้บริการตรวจสุขภาพเชิงรุกในโรงงาน และตรวจสุขภาพแรงงานที่จะไปทำงานต่างประเทศ นำโดยญี่ปุ่น เกาหลี ไต้หวัน ทั้งปีให้ได้ที่ 150 ล้านบาท ใกล้เคียงกับปีก่อน พร้อมกับดึงลูกค้ากลุ่มนี้ให้มาใช้บริการจากโรงพยาบาลในเครือ ช่วยต่อยอดรายได้ในอนาคตให้เติบโตต่อเนื่องในอนาคต

สำหรับผลดำเนินงานปี 2568 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 751.78 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.3% จากปีก่อนหน้า ได้แรงหนุนจากรายได้กลุ่มลูกค้าประกันสังคม ที่เพิ่มขึ้น 8.2% เป็น 2,209 ล้านบาท (โดดเด่นในไตรมาสสุดท้าย เมื่อเติบโต 33.4% เป็น 507 ล้านบาท ตามจำนวนผู้ประกันตนที่เพิ่มขึ้นราว 9,500 คน มาอยู่ที่ 374,592 คน) รวมถึงรายได้เฉลี่ยต่อหัวของกลุ่มผู้ป่วยใน (IPD) และกลุ่มผู้ป่วยนอก (OPD) ที่สูงขึ้น โดยรายได้เฉลี่ยต่อหัวต่อครั้งกลุ่ม IPD เพิ่มจากครั้งละ 55,000 บาท เป็น 58,000-59,000 บาท ส่วนรายได้เฉลี่ยกลุ่ม OPD เพิ่มขึ้นเป็นครั้งละ 2,500 บาท ช่วยชดเชยจำนวนผู้ป่วยที่มาใช้บริการลดลง และรายได้จาก Sikarin Connect ที่ลดลง 14.3% ส่งผลให้รายได้รวมประคองตัวใกล้เคียงปีก่อนหน้า ที่ 6,087.97 ล้านบาท ขณะเดียวกัน การควบคุมต้นทุนในการรักษาพยาบาล และค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อเนื่อง ยังช่วยให้อัตรากำไรขั้นต้นดีดตัวจาก 10.9% ในปี 2567 ขึ้นมาเป็น 12.3% สนับสนุนให้บริษัทฯ พร้อมจ่ายปันผลตอบแทนผู้ถือหุ้น ในอัตราหุ้นละ 0.16 บาท กำหนดวันที่ไม่ได้รับสิทธิปันผล (วันขึ้น XD) 29 เมษายน และกำหนดจ่ายเงินวันที่ 15 พฤษภาคม ซึ่งหากคิดรวมเงินปันผลระหว่างกาลที่จ่ายก่อนหน้านี้ ทำให้บริษัทฯ จ่ายปันผลทั้งปีในอัตราหุ้นละ 0.25 บาท คิดเป็นอัตราปันผลรวม 3.5% อิงราคาหุ้นที่ 7 บาท








พร้อมกันนี้ เพื่อเพิ่มอัตราผลตอบแทนให้กับผู้ถือหุ้น พร้อมกับส่งสัญญาณว่าราคาหุ้นปัจจุบันยังต่ำกว่ามูลค่าที่แท้จริง บริษัทฯ ได้ประกาศซื้อหุ้นคืนเพื่อบริหารทางการเงิน (Treasury stock) จำนวน 144.3 ล้านหุ้น คิดเป็นสัดส่วน 7.01% ของหุ้นที่จำหน่ายแล้วทั้งหมด วงเงินรวม 1,000 ล้านบาท เป็นระยะเวลา 6 เดือน เริ่มตั้งแต่วันที่ 23 มีนาคม ไปสิ้นสุดในวันที่ 22 กันยายนปีนี้ อีกด้วย





Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้