A5 ร่วมโครงการ JUMP+ ยกระดับศักยภาพองค์กร ปั้นกำไรปี 2571 แตะ 500 ล้านบาท

527 จำนวนผู้เข้าชม  | 

A5 ร่วมโครงการ JUMP+ ยกระดับศักยภาพองค์กร ปั้นกำไรปี 2571 แตะ 500 ล้านบาท


 

-

นายศุภโชค ปัญจทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. แอสเซท ไฟว์ กรุ๊ป (A5) หนี่งในผู้นำอสังหาริมทรัพย์ระดับลักชัวรี เปิดเผยว่า บริษัทฯ ได้เข้าร่วมโครงการ JUMP+ ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซี่งเป็นโครงการที่ช่วยเสริมความแข็งแกร่งด้านกลยุทธ์ การบริหารจัดการ และการเติบโตอย่างยั่งยืน ครอบคลุม 3 มิติสำคัญ ทั้งด้านการเติบโตทางธุรกิจ (Business Growth Plan) ด้านธรรมาภิบาล (Governance Plan) และด้านสิ่งแวดล้อม (Climate Action) ซึ่งเป็นรากฐานของการเติบโตอย่างยั่งยืน ขับเคลื่อนจากธุรกิจเดิม และธุรกิจใหม่ โดยตั้งเป้ารายได้เติบโตเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 30% และกำไรสุทธิที่ 500 ล้านบาท ในปี 2571

โดยมิติการเติบโตทางธุรกิจ บริษัทฯ พร้อมเดินหน้ากลยุทธ์ Scaling the Core เพื่อขยายธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งเป็นธุรกิจหลัก โดยมุ่งเน้นการเติบโตอย่างมีคุณภาพ ควบคู่กับการรักษาความสามารถในการทำกำไร และใช้เงินทุนอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อส่งมอบโครงการที่มีคุณภาพ และมาตรฐานทั้งก่อนและหลังการขาย ให้กับลูกค้าอย่างยั่งยืน ควบคู่ไปกับการผลักดันกลยุทธ์ Shaping the Future เพื่อขยายสู่ธุรกิจเกี่ยวเนื่อง และธุรกิจใหม่ที่มีศักยภาพ สร้าง New S-Curve เพิ่มแหล่งรายได้ใหม่ และกระจายความเสี่ยงทางธุรกิจ ผ่านการสร้างพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ การลงทุนในรูปแบบ Asset-light ประเดิมปีนี้ด้วยธุรกิจโซลูชันที่อยู่อาศัยครบวงจรสำหรับลูกค้าระดับบน (Upper Class Solution) และธุรกิจบริการออกแบบ (A5 Design)

ส่วนมิติธรรมาภิบาล บริษัทฯ พร้อมเพิ่มศักยภาพการกำกับดูแลกิจการอย่างรอบด้าน ภายใต้กระบวนการที่มีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ จากการเสริมความหลากหลายของคณะกรรมการบริษัทฯ (Board Diversity) ทั้งในมิติเพศ อายุ ประสบการณ์ ความเชี่ยวชาญ และมุมมอง ควบคู่กับการยกระดับระบบการกำกับดูแลความเสี่ยงขององค์กร โดยบูรณาการการบริหารความเสี่ยงที่เกิดขึ้นใหม่ (Emerging Risks) เข้ากับกระบวนการกำหนดกลยุทธ์ และการตัดสินใจของคณะกรรมการและผู้บริหาร เพื่อเสริมความยืดหยุ่นและความโปร่งใสในการดำเนินธุรกิจระยะยาว  

ด้านมิติสิ่งแวดล้อม บริษัทฯ ได้เริ่มจัดทำบัญชีก๊าซเรือนกระจกขององค์กร (Greenhouse Gas Inventory : GHG Inventory) ตั้งแต่ปี 2568 เพื่อรวบรวมและพัฒนาฐานข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างเป็นระบบ คาดว่าจะเริ่มเปิดเผยข้อมูลบางส่วนได้ในปี 2570 ก่อนจะเปิดเผยข้อมูลอย่างครบถ้วน ในปี 2571 ก่อนยกระดับองค์กรสู่เป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกอย่างเป็นรูปธรรม

สำหรับผลดำเนินงานปี 2568 ที่ผ่านพ้นไป บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 102.95 ล้านบาท ลดลง 77.3% จากปีก่อนหน้า ตามรายได้รวมที่ลดลง 27.2% มาที่ 1,317.72 ล้านบาท สาเหตุจากการโอนกรรมสิทธิ์ที่ลดลง รวมถึงส่วนแบ่งกําไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมค้าลดลง เพราะมีการจําหน่ายเงินลงทุนในบริษัทร่วมในไตรมาสแรก ทำให้ไม่มีการรับรู้ส่วนแบ่งกําไร อีกทั้งยังได้รับผลกระทบจากรายการขายที่ดินของบริษัทย่อยแห่งหนึ่ง มูลค่า 18.79 ล้านบาท ซึ่งไม่ใช่รายการที่เกิดขึ้นเป็นประจํา ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ยังมียอดขายรอรับรู้รายได้ (Backlog) สิ้นปีอยู่ 791 ล้านบาท พร้อมทยอยรับรู้เป็นรายได้ตั้งแต่ไตรมาสแรกปี 2569 

โอกาสนี้ บริษัทฯ ได้ประกาศจ่ายเงินปันผลงวดปี 2568 ในอัตราหุ้นละ 0.05 บาท กำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 14 พฤษภาคมนี้ ขณะเดียวกัน เพื่อบริหารสภาพคล่องส่วนเกินให้เกิดประโยชน์สูงสุด ช่วยเพิ่มอัตราผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (ROE) ให้สูงขึ้น และยกระดับมูลค่าหุ้นให้สอดคล้องกับปัจจัยพื้นฐาน บริษัทฯ เตรียมเดินหน้าโครงการซื้อหุ้นคืนเพื่อบริหารทางการเงิน (Treasury Stock) จำนวนไม่เกิน 50 ล้านหุ้น หรือ 4.13% ของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมด ใวงเงินรวม 100 ล้านบาท เป็นระยะเวลา 6 เดือน ตั้งแต่วันที่ 8 พฤษภาคม จนถึงวันที่ 6 พฤศจิกายน 


 

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้