RT เข้าโครงการ JUMP+ เพิ่มศักยภาพองค์กร ดันกำไรปี 2571 สู่ระดับ 100 ล้านบาท

348 จำนวนผู้เข้าชม  | 

RT เข้าโครงการ JUMP+ เพิ่มศักยภาพองค์กร ดันกำไรปี 2571 สู่ระดับ 100 ล้านบาท

 

 

 

นายชวลิต ถนอมถิ่น ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. ไร้ท์ทัน เน็ลลิ่ง (RT) ผู้เชี่ยวชาญพิเศษด้านขุดเจาะอุโมงค์ วิศวกรรมโยธา และ ธรณีเทคนิคครบวงจร เปิดเผยว่า บริษัทฯ ได้เข้าร่วมโครงการส่งเสริมการเพิ่มมูลค่าให้กับบริษัทจดทะเบียน ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เพื่อยกระดับศักยภาพองค์กรในทุกมิติ ทั้งด้านการเติบโต (RAISE) ความสามารถในการทำกำไร และประสิทธิภาพการดำเนินงาน (REFINE) และความมั่นคงทางการเงิน (RESILIENCE) เพื่อขับเคลื่อนองค์กรให้สามารถแข่งขันได้อย่างยั่งยืน และสร้างผลตอบแทนที่เหมาะสมให้กับผู้ถือหุ้นในระยะยาว

โดยการเติบโต (RAISE) บริษัทฯ มุ่งต่อยอดธุรกิจหลักทั้ง 5 กลุ่ม ที่มีความเชี่ยวชาญ ควบคู่ไปกับการเพิ่มสัดส่วนงานรอบเร็ว (Fast-cycle projects) เพื่อเสริมสภาพคล่อง และเพิ่มความต่อเนื่องของรายได้ พร้อมขยายไปสู่ธุรกิจใหม่ที่มีศักยภาพ อย่าง ธุรกิจบริการบำรุงรักษาโครงสร้างพื้นฐาน (O&M) และธุรกิจพลังงาน โดยเฉพาะพลังงานความร้อนใต้พิภพ (Geothermal) เพื่อเพิ่มความหลากหลายของรายได้ ลดความผันผวนจากการลงทุนโครงการขนาดใหญ่ และยกระดับคุณภาพการเติบโตในระยะกลางถึงระยะยาว โดยตั้งเป้าหมายกำไรสุทธิเติบโตสู่ระดับ 100–120 ล้านบาท ในปี 2571

ด้านความสามารถในการทำกำไร และประสิทธิภาพการดำเนินงาน (REFINE) พร้อมเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานทั้งองค์กร ผ่านการพัฒนาระบบ ERP และการนำเอาเทคโนโลยีดิจิทัล รวมถึง AI และ Automation มาใช้ในการควบคุมต้นทุน เพิ่มความแม่นยำในการบริหารจัดการ และยกระดับ Productivity ขององค์กรอย่างต่อเนื่อง

ส่วนความมั่นคงทางการเงิน (RESILIENCE) จะเดินหน้าเสริมความเข้มแข็งของฐานะการเงิน และอัตราส่วนทางการเงินให้ดีขึ้น โดยเร่งบริหารกระแสเงินสด ผ่านการส่งมอบงาน วางบิล และติดตามการเรียกเก็บเงินอย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่กับการปรับโครงสร้างหนี้ ลดภาระดอกเบี้ย และบริหารระดับหนี้สินต่อทุนให้อยู่ในระดับเหมาะสม เพื่อสร้างเสถียรภาพทางการเงินในระยะยาว

สำหรับแผนด้านธรรมาภิบาล เตรียมยกระดับการกำกับดูแลกิจการให้มีความโปร่งใส และตรวจสอบได้ ผ่านการจัดทำนโยบายและแนวปฏิบัติต่อต้านการทุจริตและคอร์รัปชันให้ ครอบคลุมทั้งองค์กร ควบคู่กับการติดตามและประเมินผลอย่างต่อเนื่อง ภายใต้การกำกับดู แลของคณะกรรมการบริษัทฯ นอกจากนี้ ยังจะวางรากฐานโครงสร้างการบริหารธุรกิจจากรุ่นสู่รุ่น อย่างเป็นระบบ โดยพัฒนา Talent Pool และแผนพัฒนารายบุคคล (IDPs) เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านผู้นำ และเสริมความต่อเนื่องของการดำเนินธุรกิจในระยะยาว

ขณะที่แผนด้านสภาพภูมิอากาศ จะให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการด้านสภาพภูมิอากาศ โดยจัดทำบัญชีก๊าซเรือนกระจก ครอบคลุม Scope 1 และ Scope 2 ภายใต้แนวทาง Operational Control เพื่อวัด ติดตาม และรายงานการปล่อยก๊าซจากกิจกรรมขององค์กร อิงมาตรฐานขององค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก และมีการทวนสอบจากหน่วยงานอิสระภายนอก เป็นประจำทุกปี เพื่อยืนยันความถูกต้อง โปร่งใส และสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้มีส่วนได้เสีย โดยตั้งเป้าหมายลดการปล่อย Carbon Intensity ลง ลง 2% ในปี 2571

 

 

 

 

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้