SENA มั่นใจ ธุรกิจ LivNex และ Green ช่วยขับเคลื่อนผลงาน ปี 2569 เข้าเป้า

1334 จำนวนผู้เข้าชม  | 

SENA มั่นใจ ธุรกิจ LivNex และ Green ช่วยขับเคลื่อนผลงาน ปี 2569 เข้าเป้า


 

 

บมจ. เสนา ดีเวลลอปเม้นท์ (SENA) ผู้นำด้านการอยู่อาศัยอย่างยั่งยืน เปิดเผยผลดำเนินงานงวดไตรมาส 2 ปี 2569 มีกำไรสุทธิ 79 ล้านบาท ลดลง 49% จากไตรมาส 2 ปีก่อน สาเหตุจากต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น และการรับรู้ผลขาดทุนจากบริษัทร่วมค้า เนื่องจากการเปลี่ยนโครงสร้างของกลุ่มบริษัทเสนาฮันคิว จากบริษัทย่อยเป็นบริษัทร่วมค้า โดยกลุ่มบริษัทนี้มีที่ดินในโครงการที่อยู่ระหว่างก่อสร้าง ยังไม่ได้โอนกรรมสิทธิ์ ฉุดอัตรากำไรสุทธิปรับลดจากเลข 2 หลัก เหลือเพียงหลักเดียว ทั้งที่รายได้จากการดำเนินงานจะเพิ่มขึ้น 20% เป็น 1,520 ล้านบาท พร้อมกับกดดันให้กำไรสุทธิครึ่งปีแรกลดลง 40% จากครึ่งแรกปีก่อน เหลือ 180 ล้านบาท ตามอัตรากำไรสุทธิที่ลดลงจาก 11% เหลือ 6% สวนทางรายได้ที่เพิ่มขึ้น 10% มาอยู่ที่ 2,736 ล้านบาท

นางสาวอธิกา บุญรอดชู ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ สายงานจัดสรรเงินและการลงทุน SENA ชี้แจงเหตุผลที่รายได้เติบโตอย่างต่อเนื่องว่า เกิดจากความสำเร็จในการกระจายความเสี่ยงจากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ดั้งเดิม ไปสู่ธุรกิจพลังงานสะอาดและยานยนต์ไฟฟ้า ตามวิสัยทัศน์ Green Lifestyle Platform ควบคู่กับการขยายโอกาสจากธุรกิจบริการและให้เช่าอสังหาริมทรัพย์ ต่อยอดธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ให้ครบวงจร ช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับโครงสร้างรายได้ของกลุ่มบริษัทฯ พร้อมกับยกระดับฐานะทางการเงินให้แข็งแกร่งมากขึ้น ลดข้อจำกัดของการเติบโตในรูปแบบเดิม ทำให้กลุ่มบริษัทฯ มีขีดความสามารถการแข่งขันสูงขึ้น

ซึ่งทั้ง 4 ธุรกิจ สามารถสร้างรายได้ให้กลุ่มบริษัทฯ มากถึง 987 ล้านบาท ขยายตัว 153% จากครึ่งแรกปีก่อน คิดเป็นสัดส่วนรายได้ 32% ของรายได้รวม โดยธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้า โชว์ศักยภาพการเติบโตสูงสุด สามารถทำรายได้ครึ่งปีแรกเพิ่มขึ้นถึง 455% ส่วนธุรกิจโซลาร์เติบโต 63% ใกล้เคียงกับธุรกิจบริการที่เติบโต 70% จากการขยายงานรับบริหารจัดการโครงการที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ธุรกิจให้เช่าอสังหาริมทรัพย์เติบโต 48% หนุนจากโซลูชันทางการเงินที่ช่วยกลุ่มลูกค้า Real Demand ที่ยังไม่พร้อมกู้ หรือถูกปฏิเสธสินเชื่อจากสถาบันการเงิน ให้สามารถเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในอนาคต ผ่านโครงการห้องเช่าออมบ้าน (LivNex) ด้วยการเปลี่ยนค่าเช่าให้กลายเป็นเงินออมสะสม เพื่อใช้เป็นส่วนลดในการซื้อที่อยู่อาศัยในอนาคต และโครงการเช่าออม (RentNex) ช่วยสร้างความพร้อมทางการเงิน โดยค่าเช่าสามารถนำมาหักเป็นเงินต้นได้ในอนาคต พร้อมทั้งช่วยปรับพอร์ตสินค้าคงเหลือพร้อมขาย (Inventory) เป็นอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน เพื่อเป็นเครื่องมือสำรองในการรักษากระแสเงินสด และเปลี่ยนเป็นรายได้ประจำในระยะยาวได้อย่างมีประสิทธิภาพ








อีกทั้งการทยอยโอนกรรมสิทธิ์ LivNex จะเป็นฐานสำคัญในการสนับสนุนรายได้ช่วงครึ่งปีหลัง หลังจากสามารถรับรู้รายได้จากการโอนกรรมสิทธิ์โครงการ LivNex ครึ่งปีแรก จำนวน 83 ยูนิต มูลค่ากว่า 176 ล้านบาท จากจำนวนห้องที่ทำสัญญาแล้วทั้งหมด 865 ยูนิต มูลค่ารวม 1,800 ล้านบาท ช่วยเพิ่มกระแสเงินสดหมุนเวียน รักษาระดับยอดขายและอัตรากำไรขั้นต้นจากธุรกิจหลักไว้ได้ รวมทั้งควบคุมอัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนผู้ถือหุ้น (D/E) ที่ระดับ 1.31 เท่า ตลอดจนลดปริมาณ Inventory ที่มีอยู่ 39,170 ล้านบาท ในจำนวนนี้เป็นสินค้าสร้างเสร็จพร้อมอยู่ (Ready-to-move) สามารถโอนกรรมสิทธิ์ทยอยรับรู้เป็นรายได้รวม 11,394 ล้านบาท ได้อย่างมีประสิทธิผล และสอดรับกับแผนเปิดตัว 4 โครงการใหม่ในปีนี้ (ลดลงจากแผนเดิมที่ตั้งเป้าไว้ 8 โครงการ)

ขณะเดียวกัน กลุ่มบริษัทฯ มียอดยอดขายรอโอนกรรมสิทธิ์ (Backlog) ราว 10,556 ล้านบาท คาดว่าจะทยอยรับรู้เป็นรายได้ปีนี้ราว 8,544 ล้านบาท ผลักดันให้ผลดำเนินงานปี 2569 เติบโตตามเป้าหมายที่วางไว้ โดยมียอดขาย (Presales) ที่ 14,000 ล้านบาท และยอดโอนกรรมสิทธิ์ 9,300 ล้านบาท พร้อมรักษาความเป็นผู้นำตลาดกลุ่มที่อยู่อาศัยราคาเข้าถึงง่าย (Affordable Segment) ได้อย่างยั่งยืน

 

 

 

 

 

 

 

 

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้